Admission for Dummies

ไหนๆ ก็เอนท์ติดแล้ว เลยมาเล่าถึงประสบการณ์แอดมิชชั่นที่ผ่านมาดูครับ ปีต่อๆ ไปข้อมูลอาจมีการเปลี่ยนแปลงไม่ตรงตามนี้นะครับ ก็ขอให้ตามข่าวด้วยนะ

บทความนี้เขียนตามประสบการณ์สอบวิศว-วิทยาคอมนะครับ ถ้าไปสอบสายศิลป์บางหัวข้อก็อาจไม่เหมือนกันนะครับ

Changelog

สำหรับคนที่เคยอ่านแล้วนะครับ เพิ่มเติมเนื้อหาดังนี้

  • 9/1/56: เพิ่มเรื่องทุน SIIT ในหัวข้อสอบตรง SIIT, เพิ่มหัวข้อ E-Score ในส่วนคำศัพท์​และ FAQ, เพิ่มหัวข้อปฎิทิน
  • 13/1/56: เพิ่มลิงก์ไปสัมภาษณ์ลาดกระบัง

ม. 5

สิ่งที่อยากทำในม. 5 คือติดสอวน. ค่ายสองครับ เพราะโควต้าหลายที่รับตัวนี้ ตอนผมไม่ติดผมเสียใจแบบเอนท์ไม่ติดเลย

อีกอันนึงสำหรับคนที่สนใจบางมดคือค่าย 2B-KMUTT (ของปีนี้ผ่านไปแล้ว ):) เพราะถ้าเข้าค่ายนี้ได้จะมีโควต้า สัมภาษณ์แล้วรับเลย คู่แข่งก็แค่เด็กในค่ายด้วยครับ ผมเสียดายมากที๋โรงเรียนผมไม่เคยมีประกาศเรื่องค่ายนี้แม้แต่น้อย เพราะตอนขึ้นม. 6 ผมเปิดเทอมได้สองสัปดาห์ @mangokarn ติดบางมดแล้วด้วยวิธีนี้ (แต่ว่าต้องทำสัญญาลงทะเบียนเลยนะครับ)

นอกจากนี้สอบหลายตัวสอบได้แล้วครับ ที่ควรจะมีไว้บ้างก็คือคะแนนภาษาอังกฤษ ผมมี CU-TEP เก่ามาก หมดอายุไปแล้ว ใช้ไม่ได้ ก็ไปสอบ TU-GET บ้างจะได้มีคะแนนหลากหลาย หลายๆ ที่รับสองตัวนี้ บางที่รับแต่ CU-TEP ก็มีนะครับ โดยข้อสอบ TU-GET จะไม่มี part Listening ครับ เป็นข้อกา 100 ข้อ ยากเอาการ

สำหรับใครสนใจ IT ลาดกระบัง แนะนำให้ไปแข่งขันงานเปิดบ้าน (Open House) นะครับ ได้ที่ 1-3 จะได้เกียรติบัตรที่เอาไปยื่นโควต้าวิทยาศาสตร์ได้

ข้อมูล

บอกตรงๆ ว่าตอนเปิดม. 6 ข้อมูลแอดผมยังไม่แน่นเลยว่ามันมีอะไรแบบไหนยังไงบ้าง อะไรคือรับตรงกับสอบตรง มันต่างกันยังไง แต่เวลาผ่านไปแล้วพวกนี้มันก็เริ่มออกมาเอง จากครูแนะแนวบ้าง จากประกาศรับแต่ละที่บ้างที่ทำให้ศึกษาข้อมูลพอได้ สรุปได้ดังนี้ครับ

  • สอบตรง คือสอบนั่นแหละ ก็เค้าก็เรียกไปสอบก็ไปสอบ
  • รับตรง คือเอาคะแนนไปยื่นให้เค้ารับ
  • โควต้า มีหลายแบบ อาจจะมีให้สอบบ้าง แต่ก็สอบในกลุ่มเล็กกว่าสอบตรง ที่ผมเจอกับตัวก็จะมีเช่น
    • โควต้าช้างเผือก คือโรงเรียนส่งไป เกรดสูงมากประมาณ 3.5 ทางมหาลัยต้องทำ MOU กับโรงเรียน ของบดินทรสองก็จะมีลาดกระบัง ที่เป็นที่สนใจมาก อันนี้โรงเรียนจะจับมาสัมภาษณ์ทีละคน แล้วก็ไปสัมภาษณ์ที่โน่นอีกที ข้อสำคัญมากคือ ติดแล้ว ต้องเอา เพราะถ้าไม่เอา โรงเรียนจะถูกตัดสิทธิ์ปีหน้า คำถามนึงที่ครูแนะแนวเล่ามาคือ เกรดไม่ถึง 3.5 ได้มั้ย แบบว่า 3.4 คำตอบคือไม่ได้ครับเพราะเค้าจะทำจดหมายมาด่า
    • โควต้าพอร์ท ที่ผมยื่นไปก็จะมีของ SW-IC-KMITL (วิศวกรรมซอฟต์แวร์ วิทยาลัยนานาชาติ ลาดกระบังฯ (FYI: มันย่อว่า สจล. นะครับ)) ตัวนี้แต่ละที่ก็แตกต่างกันไป อย่างของลาดกระบังที่ผมยื่นไปก็จะมีบังคับคะแนนภาษาอังกฤษซึ่งก็มีตัวที่ยอมรับหลายตัว แต่ละตัวจะกำหนดขั้นต่ำเอาไว้
    • โควต้าวิทยาศาสตร์ ที่ผมเห็นมีก็ของ IT-KMITL อันนี้เกรดผมไม่ถึง คือเกรด 3.00 ทั้ง GPAX, GPA วิทย์-คณิต-อังกฤษ แต่ละตัว ก็อดไป โดยของคณะนี้จะต้องใช้เอกสารประกอบคือเกียรติบัตรอันไหนก็ได้จากในรายการนี้ครับ
    • NSC/NLC/YSC รอบชิง
    • เกียรติบัตรของ IT KMITL เอง (Open House ก็อยู่ในหมวดนี้ครับ)
    • รายการอื่นๆ ระดับประเทศในด้านวิทยาศาสตร์ คณิตศาสตร์ คอมพิวเตอร์
  • แอดมิชชั่น (แอดกลาง) สำหรับคนที่ผ่านมาไม่ได้ที่ไหนเลย หรือไม่ถูกใจ ทางออกสุดท้ายคือแอดมิชชั่นครับ จะเปิดท้ายๆ เลย โดยให้เลือก 4 อันดับที่เค้าจะจัดเรียงคะแนนของเราว่าจะติดอันดับไหน คะแนนแต่ละปีแตกต่างกันไปครับ มาจาก GAT-PAT (ครั้งที่ดี่ที่สุด) GPAX ONET

คำศัพท์ที่ควรรู้

  • GPAX คือ เกรดเฉลี่ยสะสม ปกติโรงเรียนจะมีคิดให้อยู่แล้ว สูตรก็คือเอาเกรดของวิชาคูณด้วยหน่วยกิตวิชานั้นมาบวกกันทุกวิชา หารด้วยจำนวนหน่วยกิตทั้งหมด เช่น สมมุติว่าผมได้เกรดตามนี้
    • ฟิสิกส์ หน่วยกิต 3 เกรด 3.0
    • เคมี หน่วยกิต 1.5 เกรด 2.5
    • อังกฤษ หน่วยกิต 1 เกรด 4
    • (สมมุติว่าผมลงทะเบียนเรียนแค่ 3 วิชานี้นะครับ ในความจริง สังคม พละ อังกฤษเสริม เอามาคิดหมดนะ แล้วก็คิดของทุกเทอมเลย)
    • เกรดเฉลี่ยของผมคือ (3*3+1.5*2.5+1*4)/(3+1.5+1) = 3.04
  • GPA คือ เกรดเฉลี่ยสะสมของกลุ่มสาระนั้นๆ เช่นถ้าบอกว่า GPA อังกฤษ ผมมีเรียนอังกฤษสองตัว ได้เกรดตามนี้
    • ม. 4 อังกฤษหลัก 4 เสริม 3.5
    • ม. 5 อังกฤษหลัก 3.5 เสริม 3.5
    • อังกฤษหลักหน่วยกิต 1 เสริมหน่วยกิต 1.5
    • GPA อังกฤษ​ = (4*1+3.5*1.5+3.5*1+3.5*1.5)/(1+1.5+1+1.5) = 3.6
  • เกรด 4 เทอม คือ เทอม 1-2 ของม. 4-5 เช่น เวลาบอกว่าเกรด 4 เทอม แล้วใช้ GPAX คือให้คิด GPAX จากทุกวิชาในเทอม 1-2 ของม. 4-5 เท่านั้น ไม่เอาม. 6 เทอม 1-2 มาคิด
  • เกรด 5 เทอม คือ เทอม 1-2 ของม. 4-5 และเทอม 1 ของม. 6
  • GAT-PAT คือสอบของสทศ. มีหลายตัว คิดค่าสมัครตามตัวที่สมัคร ไม่ต้องสมัครหมดก็ได้ คะแนนเต็มวิชาละ 300 คะแนน สอบปีละสองหน รับตรงส่วนมากใช้แค่หนแรกเพราะประกาศผลก่อนรอบสองอีก แต่รอบสองไว้สำหรับแอดมิชชั่น ข้อสอบยากระดับ Last Boss ครับ
    • GAT คือ ความถนัดทั่วไป คณะส่วนมากใช้ตัวนี้ควรจะลงไว้ โดยมีสองพาร์ท แจกข้อสอบและจับเวลาแยกกัน พาร์ทละ 150 คะแนน
    • GAT ไทย/เชื่อมโยง คือให้ Passage มาหน้าครึ่ง จะมีการขีดเส้นใต้ไว้ในคำสำคัญ ให้เอาคำสำคัญมาโยงกันและบอกความสัมพันธ์เป็นรหัส มีรหัสคือ A – เป็นเหตุเป็นผลกัน D – องค์ประกอบ/คุณสมบัติ F – ห้าม/ลด/ยับยั้ง/ป้องกัน/ขัดขวาง ตัวอย่างเช่น “ยายมีแก่แล้วอะไรๆ ก็หย่อนยานไปหมด ยกเว้นอย่างเดียวคือหูของยายมีที่ตึงสุดๆ” กำหนดรหัส ยายมี – 01, หู – 02, ตึง – 03 ข้อนี้ก็ต้องฝนที่ช่อง 01 ว่า 02D และฝนที่ช่อง 02 ว่า 03D ส่วน 03 ฝนว่า 99H (รหัส 99H คือรหัสพิเศษ แสดงว่าไม่มีการโยง) คำแนะนำคือเวลาทำให้เขียนเป็นกราฟออกมา ตรงนี้หน้าข้อสอบจะอธิบายวิธีให้ด้วย
    • GAT อังกฤษ เป็นข้อสอบอังกฤษนั่นแหละครับ ค่อนข้างง่ายถ้าเทียบกับสอบภาษาอังกฤษเฉพาะทางแบบ TU-GET, CU-TEP พวกนี้ โดยมากแล้วคนจะบอกว่าเอา GAT เชื่อมโยงให้เต็มแล้วมาลุ้นที่นี่
    • PAT1 คณิต มีอัตนัยด้วย คือช่องคำตอบจะเว้นไว้ ____.__ (หกช่อง) สามารถฝนได้ 0-9 ในทุกช่อง
    • PAT2 วิทยาศาสตร์ (ฟิสิกส์-เคมี-ชีวะ-โลกดาราศาสตร์-ทักษะกระบวนการ ซึ่งวิชาหลังนี้ไม่ใช่โครงงานนะครับ เป็นคำถามแบบ unseen มากๆ ที่เรียกได้ว่าวัดดวงเลย)
    • PAT3 วิศว (ฟิสิกส์-เคมี-คณิต-วิศว เช่นให้ภาพมุมเฉียง (isometric) มาแล้วถามหาภาพตัดขวาง)
    • PAT4 สถาปัตย เป็นวิชาเดียวที่มีการตรวจข้อสอบด้วยมือ
    • PAT5 ครู
    • PAT6 ศิลปกรรมศาสตร์
    • PAT7 ไม่มีวิชานี้ แต่แยกย่อยเป็นหลายรหัส นับแยกวิชากันนะครับ ไม่ใช่ว่าลง PAT7 ปุ๊บต้องสอบทุกอันย่อยนะ
    • PAT7.1 ฝรั่งเศส
    • PAT7.2 เยอรมัน
    • PAT7.3 ญี่ปุ่น
    • PAT7.4 จีน
    • PAT7.5 อาหรับ
    • PAT7.6 บาลี
  • กสพท.​ ย่อมาจาก กลุ่มสถาบันแพทยศาสตร์แห่งประเทศไทย ถ้าใครจะสอบตัวนี้ก็คือสอบหมอนั่นแหละครับ โดยจะมีให้เราเลือกได้ 3 อันดับสถาบันในกลุ่มที่จะเลือกเรียน (เช่น ศิริราช รามา ธรรมศาสตร์) โดยจะต้องสอบวิชาเฉพาะ (วัด IQ, จริยธรรมแพทย์, GAT เชื่อมโยง แต่เป็นแบบที่ยากกว่าในสอบ GAT-PAT) และจะต้องสอบเจ็ดวิชา ทั้งเจ็ดตัว
  • สอบเจ็ดวิชา จัดสอบโดย สทศ เช่นเดียวกันครับ จัดปีละหน ที่ผมเห็นจะรับคะแนนจากตัวนี้ก็จะมีจุฬา กับกสพท. โดยต้องดูว่าคณะที่จะเข้าใช้วิชาไหนบ้างนะครับ ไม่ต้องสอบหมด แต่ถ้าจะสมัคร กสพท. ต้องสมัครทุกตัว ได้แก่ ภาษาไทย อังกฤษ สังคม คณิตศาสตร์ ฟิสิกส์​ เคมี ชีวะ (วิชาละร้อย… ค่าสมัครกสพท. อีก…) ข้อสอบยากระดับ 3 PAT2
  • Clearinghouse คือพอเราติดในสถาบันที่บอกว่าอยู่ใน Clearinghouse แล้ว เค้าจะส่งชื่อเราไปที่นี่ครับ เราต้องเข้าไปในเว็บของ Clearinghouse ภายในวันเวลาที่กำหนด (ซึ่งไม่ได้เปิดเลยหลังติดนะครับ แต่จะนานอยู่) พอเข้าไปแล้วจะให้เราเลือกที่ๆ เราติดว่าจะเอาที่ไหน ถ้าเราไม่ไปยึนยันสิทธิ์ในนี้จะถือว่าสละสิทธิ์ทุกที่ที่ติดหมดเลย ฉะนั้นอย่าลืม ตั้งปฎิทินดีๆ (มีเพื่อนผมลืมไปสัมภาษณ์มศว นะ.. ไม่ใช่เรื่องตลก)
  • ตัดสิทธิ์แอดกลาง คือ พอติดและจ่ายเงินแล้ว มหาวิทยาลัยจะส่งชื่อเราไปตัดสิทธิ์แอดกลาง (ลองศึกษาในประกาศรับสมัครว่าตัดไหมนะครับ ส่วนมากจะตัด) ฉะนั้นเราไม่สามารถใช้วิธีแอดมิชชั่นได้แล้ว แต่ยังสามารถไปลั้นลารับ/สอบตรงที่อื่นกี่ที่ก็ได้นะครับ อ้อ ถ้ายึนยันสิทธิ์ใน Clearinghouse แล้วก็จะถูกตัดสิทธิ์แอดกลางเช่นเดียวกันครับ
  • E-Score คือใบที่แสดงผลคะแนนของเราที่สอบกับสทศ. ครับ ไม่ว่าจะเป็น O-NET, 7 วิชา และ GAT-PAT โดยเมื่อเลือกแล้วจะต้องจ่ายเงินที่ Counter-Service นะครับ โดยพิมพ์ใบละ 10 บาท และค่าบริการ Counter-Service อีก จะได้ไฟล์ออกมาเป็น exe มาพิมพ์เอง พอพิมพ์แล้วมันจะไม่ให้กดพิมพ์ได้อีก ปกติแล้วไม่เคยได้ใช้ครับ เพราะสถาบันต่างๆ จะดึงคะแนน GAT-PAT จากสทศ เองอยู่แล้ว

เอกสาร

ที่ควรจะมีติดไม้ติดมือไว้เลยครับคือ

  • Portfolio
  • บัตรประชาชน
  • ทะเบียนบ้าน
  • คะแนนภาษาอังกฤษ (CU-TEP/TU-GET) ดูวันหมดอายุด้วยนะ
  • ใบรบ. (ปพ.) ที่แสดงเกรด 4 เทอม ตอนหลังถ้าขอ 5 เทอมได้แล้วให้รีบขอเลย
  • สำเนาทั้งหมดข้างบน สักชุดสองชุด

ตามข่าว

ผมตั้ง goal ไว้ตั้งแต่ม. 5 ว่าจะเอนท์ติดโดยไม่เข้า Dek-D ซึ่งมันเป็นไปได้ครับ ผมตั้ง block ไว้ใน host file เลยว่าเข้าปุ๊บโผล่ localhost

คือข่าวเนี่ยต้องยอมรับครับว่า Dek-D ไวที่สุด แต่ผมไม่ได้เข้า ที่มันมาคือนั่งอ่าน Twitter นี่แหละ ก็จะมีคน RT ของพี่ลาเต้ Dek-D มาเรื่อยๆ แหละ ไม่ต้องไปฟอลเค้าด้วยซ้ำ

ข่าวเอนท์หลายๆ ทีมาจากแนะแนวครับ เดี๋ยวนี้โรงเรียนผมมีเพจแนะแนวนะครับ แล้วเพื่อนก็ชอบโพสต์ไว้ในทวิตตัวเองบ้าง เฟสตัวเองบ้าง ในเฟสห้องบ้าง

อีกที่ที่ผมอ่านคือ ENN ครับ ผมเขียน scraper ทำเป็น Atom Feed ไว้ที่ eccatom.php ถ้าใช้ Feed reader อยู่แล้ว (ผมใช้ Google Reader) ก็ subscribe ได้ครับ (ทั้งนี้ผมไม่ได้ตั้งใจจะ maintain ต่อหลังจบนะครับแต่ก็ไม่ได้จะรีบปิด)

ปฎิทิน

ควรจะทำปฎิทินตัวเองไว้ให้ละเอียดครับ ผมใช้ Google Calendar และตั้งแชร์ให้พ่อกับแม่เลย (แม่ไม่ได้เซต แต่พ่อผม sync ลงไอโฟนด้วย) แล้วก็หมั่นดูบ่อยๆ ผมใช้ Google Calendar เก็บทุกงานของผมอยู่แล้ว ทั้งกิจกรรมโรงเรียน ทั้งไปเที่ยวกับเพื่อนก็จะลงไว้ ฉะนั้นมันก็จะเห็นปฎิทินแอดมิชชั่นด้วย

ตระเวนสอบ

จากคนที่ติด 3 ที่ (ณ ตอนนี้) ครับ

มศว

มศว จะเปิดรับเป็นที่แรกๆ (แต่ประกาศผลหลังบางที่นะเออ) บางคนอินดี้ไม่สมัครก็ได้ แต่ผมแนะนำให้สมัครไว้ครับ เพราะว่ามศว คนสมัครเยอะมาก พอเข้าสอบคุณจะนั่งอยู่ในห้องเดียวกับคนอีกสองหมื่นคน แล้วจะได้คิดอะไรบ้าง

มศว ประกาศผลนานครับ พอประกาศผลแล้วเพื่อนผมหลายคนติดเยอะมาก จนมีบางคนบอกเลยว่าติดทั้งโรงเรียน แต่เอาจริงๆ มันเป็นความคิดที่ผิดมาก มีเพื่อนหลายคนที่เงียบไม่กล้าพูดว่าไม่ติด

รอบสัมภาษณ์ของมศว คัดคนออกนะครับ ไม่ได้ติดทุกคน โดยมีสองที่ตามแต่คณะที่สมัคร คือที่มศว ประสานมิตร และมศว องครักษ์ รอบสัมภาษณ์นี้แนะนำให้ไปแล้วจะรู้จักกับมศว เพิ่มขึ้นครับ เช่น ถึงจะเรียนที่ประสานมิตรตลอด (อย่างวิทยาคอมครับ) ก็ต้องไปปฐมนิเทศรวมที่องครักษ์นะครับ

ศิลปากร

อันนี้ไกล ผมไม่ได้ไปสมัครครับ แต่เห็นว่าเปิดหลังมศว นิดหน่อย แต่ประกาศผลก่อน

ลาดกระบัง

คณะวิศวที่นี่เลือกได้เยอะมากครับ รู้สึกจะ 7 อันดับ ไม่มีสอบนะครับปีนี้ให้ใช้คะแนน GAT/PAT3 ยกเว้นคณะ IT ถ้ามีใน 7 อันดับต้องไปสอบครับ ข้อสอบอยู่ในระดับ Power user คือต้องรู้ลึกพอสมควร แต่ไม่ถึงขนาดเขียนโปรแกรมเป็น (แต่มีข้อสอบให้ทำความเข้าใจโปรแกรมนะครับ)

SIIT

ผมแนะนำอย่างยิ่งยวดเลยว่า ถึงจะไม่คิดจะเรียน แต่ขอให้ไปสอบที่นี่ครับ เพราะเพื่อนผมทุกคนที่รู้จักสอบที่ SIIT และติดทุกคน

SIIT มีสองรอบครับ คือสอบตรงของสถาบันเอง สมัครกับสถาบัน สอบเช้า บ่ายสัมภาษณ์เลยทุกคน และแบบสอบตรงผ่านธรรมศาสตร์ แยกสอบกับสัมภาษณ์ครับ โดยวันสอบสองรายการนี้ติดกันนะครับ แต่รายการหลังสัมภาษณ์หลังประกาศผลแล้วอีกที

บรรยากาศสอบ SIIT นี่จะต่างกับ กสพท เลยครับ คือชุดจะหลากหลายมาก กระโปรงนี่คละสีเลย แต่ถ้าเป็นสอบกสพท แทบจะเห็นแต่เด็กโรงเรียนรัฐ

ลักษณะของข้อสอบคือคณิตกับฟิสิกส์ วิชาละ 40 ข้อ 60 นาทีครับ อังกฤษ 100 ข้อ 90 นาที ข้อสอบเป็นอังกฤษหมดและง่าย แต่ความยากคือมันคือข้อสอบแนว speedrun ครับ ผมเหลือเวลาคณิตกับฟิสิกส์แค่วิชาละสิบนาที คือทำเสร็จปุ๊บไม่ต้องทวนเลย

การสมัครสอบจะมีสองประเภทครับ สำหรับสอบตรงของสถาบัน คือสอบตรงปกติ กับโครงการ Outstanding Student ซึ่งทั้งสองอันนี้เหมือนกันทุกประการครับ สอบข้อสอบเดียวกันวันเดียวกันสัมภาษณ์เหมือนกัน ต่างกันตรงที่ว่าโครงการ Outstanding Student จะบังคับเกรด GPA วิทย์-คณิต-อังกฤษด้วย และเฉพาะคนที่สมัครโครงการนี้เท่านั้นมีโอกาสได้รับทุนการศึกษาถ้าทำคะแนนได้ดีพอ โดยมีทุนประเภท Full (เต็มจำนวน) Half (ครึ่ง) และ Quarter (1/4) โดยจะมีการใช้ทุนระหว่างเรียนเป็นชั่วโมงทุนครับ เช่นมาช่วยงานรับสมัครก็จะเก็บชั่วโมงทุน (คล้ายๆ กิจกรรมจิดอาสานั่นแหละครับ เก็บชั่วโมงให้ครบ)

สัมภาษณ์ SIIT แน่นอนว่าเป็นภาษาอังกฤษครับ แต่ก็เคยเห็นนะคนที่กรรมการจำเป็นต้องใช้ภาษาไทยด้วยก็มี ข้อดีของที่นี่คือฟอร์มที่จะต้องกรอกจะเขียนเกณฑ์ให้คะแนนสัมภาษณ์ด้านล่างเลยครับ ก็จะมีเรื่องความสามารถภาษาอังกฤษ กับความน่าจะเป็นที่จะเข้าเรียนที่นี่

GAT-PAT

อันนี้ก็ต้องสอบแหละครับ แนะนำว่าถ้ายังไม่ได้ที่ๆ ตั้งเป้าไว้ สมัครรอบสองไปเลยครับอย่าเสียดายเงิน เกิดไม่ติดขึ้นมาจะได้มีไม้สองไว้

ข้อสอบ GAT เชื่อมโยงเป็นข้อสอบเอนท์ใบเดียวที่ผมทวนเพราะมันเหลือเวลาเยอะมาก และผมพบว่าเจอจุดโยงที่พลาดไปก็เลยโยงเพิ่มแล้วตอบใหม่ทำให้ได้เต็ม ฉะนั้นแล้ว GAT เชื่อมโยงนี่แนะนำให้ทวนเป็นพิเศษ เพราะมันไม่มีชอยส์ด้วยครับ โอกาสที่ทำถูกแล้วไปลบให้มันผิดนี่น้อย

7 วิชา – กสพท

ถ้าจะสอบหมอก็ต้องสอบทั้งสองตัวครับ ส่วนถ้าจะเข้าจุฬาเนี่ย บางคณะมันรับตัวอื่นๆ นะครับ อย่างวิทยาก็จะมีรับคะแนน CU-Science ด้วย เพื่อนผมที่สอบบอกว่าข้อสอบง่ายมากแต่ว่าปัญหาคือจำสูตรไม่ได้ และสอบ CU-Science นี่ปีนึงจัดหลายๆ รอบครับ พลาดก็ไปสอบใหม่ได้เรื่อยๆ (กินตังเด็กชัดๆ)

สัมภาษณ์

สัมภาษณ์เนี่ยเค้าจะแนะนำสถาบันด้วยครับ พูดง่ายๆ คือไปปุ๊บเราจะโดนไซโคให้เรียนนั่นเอง ยิ่งถ้าเจอรุ่นพี่ที่โรงเรียนยิ่งเจอ

อาจารย์แนะแนวผมติวสัมภาษณ์ไว้อย่างดีนะครับ เช่นว่าห้ามนั่งต้องให้เค้าอนุญาตก่อน เอาจริงๆ ผมเดินเข้าไปที่มศว กรรมการบอกแป๊บนึงแล้วก็นั่งจิ้มไอแพด ที่ลาดกระบังอินเตอร์กรรมการวิ่งออกไปข้างนอกสวนทางกับตอนผมเข้า ก็เลยไม่รู้ว่ายังไง แต่ถ้าเป็นสัมภาษณ์โควต้าอาจจะต้องแบบนั้นล่ะครับ

เวลาผมสัมภาษณ์ก็คือเดินเข้าไปคุยสบายๆ ครับ พยายามตอบยาวๆ ไม่ใช่แค่ Yes/No อย่างเดียว อย่าเกร็ง (ผมเกร็งแทบตายแต่ก็ยังใช้น้ำเสียงปกตินะครับ คือท่านั่งนี่น่าจะดูออกแล้ว -_-‘)

เวลากรรมการให้แนะนำตัว ไม่ใช่ให้ตอบว่าชื่ออะไรโรงเรียนอะไรแค่นั้นนะครับ แต่โอกาสนี้ตรงแหละถ้าเรามีอะไรเทพอยู่บอกเค้าไปเลย (กรรมการ มศว ผมใช้คำถามว่า “มีอะไรจะให้ดูมั้ย” ก็ยื่นพอร์ทไปแล้วเค้าก็ขี้เกียจดูก็ให้เล่ารายละเอียดของพอร์ท)

คำถามที่จะเจอ คำถามผมแปลกกว่าชาวบ้านนะครับ ต้องไปฟังจากคนอื่นมาอีกที ก็จะมีคำถามประเภทวัดความรู้ วัดการตัดสินใจ
(เช่น ถ้ามีเงินสองหมื่น จะลงทะเบียนเรียน หรือไปรักษาพ่อแม่ — คำถามนี้ของ มศว คำตอบที่ถูกคือต้องไปรักษาพ่อแม่ และให้เหตุผลประกอบ, TCP ย่อมาจากอะไร ของโควต้า SW-IC-KMITL) วัดความรักในวิชาชีพ (ที่ลาดกระบังเหมือนมีคำถามแนวนี้ในฟอร์ม แต่ผมไม่เจอ) จบไปจะทำงานอะไร หรือที่ SIIT ก็จะเน้นเรื่องค่าเทอมว่าจะจ่ายยังไง

ถ้ามีพอร์ท คำถามบางทีอาจจะเกิดจากในพอร์ทครับ เช่น เพื่อนผมเจอคุยเล่นเรื่องคิดเลขเร็วเพราะมีเกียรติบัตรคิดเลขเร็ว หรือผมโดนซักโครงการยาวแถมโดนติเรื่องการนำเสนอ เพราะกรรมการถามเรื่องงานที่ส่งประกวดของผม ผมเลยแนะนำโครงการไป ก็กลายเป็นเหมือนนักศึกษาจะส่ง project อาจารย์ (ออกห้องมารุ่นพี่บอกเหมือนกันว่าตอนไปส่งโปรเจกท์ก็โดนเหมือนกัน >_>)

FAQ

PAT ใช้ตัวไหนบ้าง

จะมีประกาศออกมาครับว่าคณะสายไหนใช้ PAT อะไรบ้าง และก็ดูประกาศย้อนหลังของคณะนั้นๆ ด้วยนะครับว่ารับตรงใช้อันไหน อาจจะไม่ตรง

ถ้าอยากเป็นวิศว แนะนำให้สอบ GAT, PAT1-2-3 ครับ PAT2 นี่อาจจะได้ใช้ตอนแอดมิชชั่น

ไม่รอแอดกลาง ยังใช้เกรดมั้ย

ถึงจะไม่เอาเกรดไปคิด แต่หลายๆ ที่บังคับเกรดขั้นต่ำในรับตรงนะครับ ถ้าปลอดภัยสุดๆ คือสี่เทอม 3+ ถ้าต่ำกว่า 2.5 นี่เรียกได้ว่าคงไม่ได้ไปสอบที่ไหนแล้วล่ะครับนั่งรอแอดกลางได้เลย

จ่ายตังแล้วสละสิทธิ์ไปแอดกลางได้มั้ย

บางที่ (เช่น มศว) ถ้าลาออกก่อนวันที่กำหนดแล้วจะยกเลิกการตัดสิทธิ์แอดกลางครับ แต่บางที่ (เช่น ลาดกระบัง) ลาออกแล้วก็ยังตัดสิทธิ์อยู่ ต้องศึกษาจากประกาศ

ทั้งนี้จ่ายตังเพื่อรักษาสิทธิ์เนี่ยมันไม่ใช่เอาเงินฟาดแล้วไปนะครับแต่การรายงานตัวต้องมีการถ่ายรูปในชุดนักศึกษาด้วยนะ (นั่นคือต้องซื้อเครื่องแบบ) แล้วก็อย่างของมศว จะต้องเปิดบัญชีที่เอาไว้หักค่าเทอมด้วย

ไม่มีพอร์ทจะเอนท์ติดมั้ย

มีเยอะแยะครับที่ไม่มีพอร์ท หรือพอร์ทธรรมดา จริงอยู่ว่าพอร์ทเทพมันทำให้เปลี่ยนจากเค้าเลือกเราเป็นเราเลือกสถาบัน แต่ว่าพอร์ทไม่มีอะไรเลยก็ไม่ได้แปลว่าจะไม่ติดเลยครับ ก็ยังมีโอกาสอยู่ เพราะกรรมการมักเตรียมคำถามไว้คัดคนประเภทนี้อยู่แล้วครับ (ตัวอย่างคำถามอยู่ในหัวข้อสัมภาษณ์)

ถ้าเป็นสายวาดรูป เท่าที่ได้ยินมาคือพอร์ทเนี่ยเค้าบังคับเลยนะครับว่าต้องมีมาสัมภาษณ์เลย ในพอร์ทก็วาดอะไรให้เห็นฝีมือน่ะครับ (ผมเห็นคนในทวิตปั่นผลงานลงพอร์ทเลยนะ)

ติวที่ไหนบ้าง

GAT เชื่อมโยงโรงเรียนผมมีจัดติวน่ะครับ บอกตรงๆ ว่าผมซื้อหนังสือมาเล่มนึงแต่คือไม่ได้ทำเลย ทำแค่ในชีทติวนั่นแหละแล้วก็ได้เต็มเชื่อมโยง สำคัญแค่ว่าไม่คิดเกินเลยข้อสอบ และเข้าใจคำเชื่อมภาษาไทย (แต่อย่าท่องเข้าไปสอบ ผมไม่แน่ใจเพราะอะไร แต่ครูที่ติวสอนไว้แบบนี้)

คำแนะนำเวลาทำเชื่อมโยงคือนับมาด้วยนะครับว่ามีเส้นโยงกี่อันของข้อนั้น ไว้เช็คกับเพื่อน

ข้อสอบเชื่อมโยงเนี่ยหน้าปกจะมีวิธีทำครับ แต่ไปอ่านในห้องสอบมันเสียเวลา​ (เวลาจริงๆ ในห้องสอบอ่านก็ยังทันเลยครับ เหลือเวลาเห็นๆ ถ้าไม่อ่านช้านะ แต่ก็ควรจะเตรียมตัวไปหน่อย) ฉะนั้นผมแนะนำให้ทำข้อสอบเก่าดู ผมทำข้อสอบเก่าย้อนหลังแค่ฉบับล่าสุดฉบับเดียวให้พอเห็นแนวคิดมันว่ายังไง

GAT เชื่อมโยงของ GAT-PAT กับ กสพท คนละอันกันนะครับ ถึงจะวิธีทำเหมือนกัน ความยากคนละระดับเลย ถ้าจะทำอันหลังต้องไปเตรียมตัวมาเฉพาะของกสพท นะครับ เอาของ GAT-PAT ไปอ่านมาทำไม่ได้นะ

นอกนั้นผมไม่รู้จะแนะนำยังไงดีเพราะไม่ได้ติวอะไรที่ช่วยในการสอบเลย อ่านเองอยู่ไม่กี่วันด้วย (:3)

ติดหลายที่ดีมั้ย

จริงๆ มันคือไปคั่นที่เค้าน่ะครับ ฉะนั้นแล้วก็อย่าไปติดเยอะคนจะหมั่นไส้เอา

(แต่แปลกนะ พอติดสี่ห้าที่บางคนแบบไปคั่นที่อะไรเค้าวะ แต่พอคนติด 15 ที่โพสต์ชื่นชมลงเด็กดีป่าวประกาศไปทั่วประเทศ… สรุปคือมันควรจะส่งเสริมหรือยังไงเนี่ย)

ตอนติดรู้สึกยังไง

ถ้าอยู่บ้านก็เฉยๆ ครับ ยกเว้นง่วงๆ นี่ตื่นเลย ต้องไปป่าวประกาศในเฟสบุ๊คก่อน

ถ้าอยู่โรงเรียนแล้วก็ดีใจนิดนึงเหมือนประกาศวันหยุดภายใน

ถ้าติดที่ๆ อยากได้แล้วก็อยากมาเขียนโพสต์นี้

E-Score เอามาเผื่อดีมั้ย

ไม่จำเป็นเลยครับ ไม่เคยได้ใช้เลย เพราะมหาวิทยาลัยต่างๆ จะดึงคะแนนจาก สทศ มาเองอยู่แล้วครับ และไม่จำเป็นต้องเอาเอกสารอะไรไปยึนยันคะแนนนี้อีก

E-Score พิมพ์มากกว่า 1 ใบทำยังไง

วิธีการง่ายๆ ครับ คือ ไปถ่ายเอกสารสี พิมพ์ได้เครื่องละใบ ก็ไปพิมพ์เครื่องอื่นๆ อีก

วิธีการยากๆ มีนะครับ ผมใบ้ให้แล้วกันว่ามันเก็บสถานะการพิมพ์ที่ HKCU/EZYCons* ไปเคลียร์ทิ้งก็ก็พิมพ์ใหม่เครื่องเดิมกี่ครั้งก็ได้

ทีนี้ปัญหาคือมันจะมี QR Code อยู่ ผมไม่แน่ใจว่าแต่ละใบมันต่างกันมั้ย และมันเล็กมากจนมือถือผมสแกนไม่ได้เลยไม่รู้ว่ามันเก็บอะไร

ภาคผนวก: สัมภาษณ์

ขอลิงก์ไปในเฟสบุ๊คนะครับ เพราะว่าส่วนนี้ตั้ง Privacy ไว้ ไม่อยากเอามาเปิดเป็น Public