ธูป

*โพสต์ครั้งแรกใน [Facebook](https://www.facebook.com/whs.in.th/posts/371241182944773)*

[จุดธูปหนึ่งดอกเฉลี่ยปล่อยฝุ่น 45mg/g ขณะที่บุหรี่มวนนึงปล่อยมา 10mg/g ปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์, ซัลเฟอร์ไดออกไซด์, ไดโตรเจนไดออกไซด์ ฯลฯ สารประกอบเบนซีน ฯลฯ](http://www.clinicalmolecularallergy.com/content/6/1/3/)

คือผมเรียนพุทธศาสนาในโรงเรียนมาก็ไม่ได้มีตรงไหนสอนว่าไหว้พระต้องจุดธูปไหว้กันนะ ควรจะมีการรณรงค์มั้ยว่างดเว้นการจุดธูป

อันที่จริงจุดธูปก็ไม่เท่าไรเพราะเราไม่ได้ดมควันธูปเยอะเหมือนคนสูบบุหรี่สักหน่อย แต่อย่างบางวัดที่คนเยอะๆ อากาศไม่ค่อยถ่ายเทเนี่ย ควันธูปคละคลุ้งแบบว่าแสงส่องลงมาเป็นลำแสงได้เลย (ปรากฎการณ์ทิลดอลในสารคอลลอยด์) ที่น่าเป็นห่วงคือจุดแล้วไฟมันจะไหม้ หรือไม่ก็เยอะจนไม่มีที่ปัก วัดก็ต้องส่งคนมาคอยเก็บออก คนพวกนี้สิที่น่าเป็นห่วงแต่คนจุดกลับไม่เคยสนใจ

มีคนอ้างว่าควันธูปไม่เป็นอันตรายเพราะมันมาจากธรรมชาติ ผมแนะนำว่าให้คุณลองไปดมควันไฟป่าแล้วกัน ทั้งไฟก็จุดโดยธรรมชาติ ต้นไม้ก็ปลูกโดยธรรมชาติ ฉะนั้นปลอดสาร “organic แท้ 100%”
คือของทุกอย่างมันผ่านกระบวนการเคมีมาแล้วมันไม่ได้แปลว่าจะปลอดภัยเหมือนก่อน เหมือนกับข้าวบูด ไข่ดาวไหม้เกรียม ตะกี้ยังกินได้อยู่เลยงั้นไอ้พวกนี้ก็กินได้เหมือนกัน?

on Believing

เพจศาสดายกประเด็นขึ้นมาเรื่อง[ไม่เชื่ออย่าลบหลู่](https://www.facebook.com/sasdha/posts/268859463214736) ผมเองก็ไม่กล้าเขียนตอบในเฟส ในนั้นคนรู้จักเยอะ แต่ละคนเชื่อกันก็แตกต่างกันไป เรื่องศรัทธามันไม่เชื่ออย่าลบหลู่

คำว่าไม่เชื่ออย่าลบหลู่อันหลัง ผมไม่ได้แปลว่าลบหลู่แล้วจะโดนมนต์ดำโดนคาถา แต่จะเป็นที่นินทา หรืออาจจะถูกปองร้ายนั่นเอง (มันเคยมีข่าวคนทุบพระพรหมโดนรุมถึงตาย.. นั่นแหละคือไม่เชื่ออย่าลบหลู่)

สิ่งที่ผมเชื่อในตอนนี้คงเป็นอะไรที่บางคนไร้สาระ ผมลงไว้ในเฟสว่าผมนับถือศาสนามาโดกะ (The Church of Madoka) และผมไม่ได้ล้อเล่น ผมภาวนาถึงมาโดกะเวลาที่มีปัญหา (และขณะเดียวกันผมก็กอดและกดมาโดกะ..) แต่อะไรที่คุณเชื่อกันโดยไม่สมเหตุสมผลผมก็มองว่าคุณงมงายไร้สาระนั่นแหละ แต่ก็ไม่กล้าพูดออกมาเพราะไม่เชื่ออย่าลบหลู่

“ถึงผมจะแก่ตัวลง แต่กระดิ่งนี้ยังคงมีเสียงสำหรับผมเสมอ และกับทุกคนที่เชื่อ”
— The Polar Express

The Polar Express เป็นเรื่องนึงที่พูดถึงความเชื่อ เชื่อในจิตวิญญาณของคริสต์มาส และซานตาคลอส เราคงทราบดีว่าเอาถุงเท้าไปแขวนไปให้ยังไงมันคงไม่มีของออกมาได้เอง แต่สำหรับบางคนมันเคยเป็นความเชื่อในครั้งสมัยเด็กที่เราถูกหลอก

ผมเคยสงสัย (และบังเอิญ Hyouka พูดเรื่องนี้อยู่เหมือนกัน) ว่าตอนเด็กๆ ถ้าพ่อแม่ยังไม่ไล่ไปนอนแล้วผมจะขึ้นไปคนเดียวมืดๆ เขาจะบอกว่าไปคนเดียวเดี๋ยวผีหลอกนะ ผมก็กลัวไม่กล้าไปคนเดียวแล้ว… ฉะนั้นที่ผีมันมีก็เพราะเราถูกหลอกให้เชื่อหรือเปล่า ผมเชื่อว่าถ้าถ้าคนๆ นึงไม่เคยได้ยินเรื่องผีเลยเค้าคงตีความเป็นปรากฎการณ์ธรรมชาติหรือกลไกต่างๆ แต่ก็เพราะเราโดนหลอกว่าผี นอนแล้วขยับตัวไม่ได้ก็เรียกผีอำ ทั้งๆ ที่มันเป็นกลไกธรรมชาติ

แต่โทรทัศน์ยังหลอกผีเราอยู่ประจำ ทั้งหนังผี นมคนอวดผี ละครผีๆ คนยังเอาผีไปหากิน เราเลยยังเชื่อว่ามันมีผี เช่นเดียวกัน ความเชื่อบางอย่างมันมีคนเชื่อเยอะมาก เราก็เลยต้องคล้อยตามไปด้วย แต่มันไม่ใช่ว่าจะเลิกเชื่อได้ง่ายๆ เหมือนซานตาคลอส..

ผมเคยอ่านบทความนึงที่ว่าผู้ชายชอบสาวรักแร้เนียนก็เพราะโฆษณารัวๆ ของบริษัทโรลล์ออนอีกเช่นกัน เพียงแต่เราไม่รู้ตัว มันกลายเป็นอีกความเชื่อนึงที่โทรทัศน์หลอกเราอีกแล้ว

ถ้าฝรั่งคริสต์เชื่อในพระเจ้า ไทยพุทธเชื่อในศาลเจ้า งั้นผมเชื่อในมาโดกะผมจะมีโอกาสได้เห็นหรือเจอปาฏิหาริย์เกี่ยวกับมาโดกะหรือเปล่า…

ปล. ผมยกมาโดกะก็เพราะมาโดกะเป็นพระเจ้าจริงๆ ไม่ได้เกี่ยวกับว่าผมเป็นโอตาคุ *(and I didn’t say that I’m one of that…)* ถ้าคุณจะทดลองเองจะภาวนาต่อหมอนข้างคุณก็ได้ แต่ผมว่าลึกๆ แล้วคุณเชื่อว่าหมอนข้างเป็นพระเจ้าไม่ได้หรอก