[FCC 37] Wallace & Gromit Grand Adventures

Wallace & Gromit นี่ผมเคยเล่นรอบแรกน่าจะตอนที่เว็บ Telltale Games แจกฟรี Episode 1 แล้วหลังจากนั้นเหมือนผมน่าจะโหลดมาเล่นสมัยใช้ Cracked Steam แต่ยังไม่จบถึง EP4

ตัวเกมก็เหมือนจะเป็นเกมเด็กนะครับ แต่พัซเซิลนี่ไม่เด็กเลย บางอันนี่เลิก เปิดบทสรุปดูเถอะ เนื้อเรื่องของเกมสไตล์จะประมาณว่า Wallace มีไอเดียที่โคตรเจ๋ง แต่พอเอาไปใช้จริงแล้วงานเข้าทุกที ก็เลยต้องเป็นตาของ Gromit หมาของ Wallace ที่จะคอยแก้ปัญหาให้

บทสรุปของเกมนี้มีให้ในเว็บ [Telltale Games](http://www.telltalegames.com/wallaceandgromit/walkthroughs) เลยครับ ไม่ต้องไปหาที่อื่นให้ยาก

ตัวเกมนั้นมีทั้งบทของ Wallace และ Gromit สลับกันในแต่ละบทเลยครับ (ใน 1 episode มีประมาณ 6 บท) และเนื้อเรื่องจะมีบางส่วนที่ต่อกันจากตอนที่แล้ว

อย่างนึงที่ชอบในเกมคือเวลา Save load นั้นจะมีบันทึกให้ด้วยว่าเล่นถึงไหนแล้ว

## Episode 1: Fright of the Bumblebees

ในตอนนี้นั้น Wallace ทำธุรกิจน้ำผึ้ง โดยลูกค้าสามารถเปิดก๊อกให้น้ำผึ้งไหลได้ แต่ทว่า Wallace ดันไปทำเครื่องค้นหาชีสอัตโนมัติแล้วเครื่องทำร้านของชำปั่นป่วน เจ้าของร้านเลยยื่นข้อเสนอว่าจะจัดงานและขอซื้อน้ำผึ้งในปริมาณมาก

Wallace ก็ไม่รู้จะหาน้ำผึ้งขนาดนั้นได้จากไหน เปิดก๊อกน้ำผึ้งก็ไหลมาหยดเดียว บังเอิญไปเจอโฆษณายากล้ามโตก็เลยตัดสินใจทำยานั้นแบบโฮมเมดด้วยการเอาสารสำคัญมารวมๆ กัน ปรากฏว่าส่งน้ำผึ้งได้สำเร็จ แต่ทว่าผึ้งกลับตัวใหญ่มาก ก็เลยเป็นทีของ Gromit ที่ต้องช่วยชาวบ้านที่ถูกผึ้งไประราน

## Episode 2: The Last Resort

หลังจากงานน้ำผึ้งจบไป Wallace ก็จะเอาเงินที่ได้จากการขายน้ำผึ้งไปเที่ยว แต่ทว่าอากาศดันไม่ดีซะนี่ Wallace เลยเกิดความคิดว่าจะเอาชั้นใต้ดินที่บ้านมาทำเป็นทะเล

เรื่องก็เหมือนจะง่าย แต่ทว่ามีคดีเกิดขึ้น นักสืบ Wallace พร้อมเครื่อง Deduct-o-meter และนักสืบจิ๋ว Gromit จึงต้องไขคดีนี้ให้ได้

## Episode 3: Muzzled!

West Wallaby Street กำลังจะมีงานการกุศลช่วยสุนัขเร่ร่อน ประกอบกับ Wallace เพิ่งประดิษฐ์เครื่องทำไอศกรีมรสอะไรก็ได้จึงนำไปขายในงานนี้ แต่ Gromit รู้สึกไม่ชอบมาพากลในงานนี้และพบว่าผู้จัดงานเอาสุนัขเร่ร่อนไปปั่นเครื่องเล่นและจะเชิดเงินหนีไป ได้เวลาไขคดีอีกแล้ว

## Episode 4: The Bogey Man

หลังจาก Wallace ไขคดีตอนที่แล้วได้แล้ว Wallace ก็ซ่อมเครื่องไอศกรีมอยู่ แต่ดันเผลอหยิบนัตให้ Ms. Flitt ให้เธอหลงว่าจะขอแต่งงาน Wallace จึงต้องหาทางแก้ให้ได้ Gromit แอบสืบมาได้ว่าบ้าน Ms. Flitt นั้นไม่ชอบคนตีกอล์ฟ เลยหาทางต่างๆ ให้ Wallace ได้เข้าสมาคม Prickly Tricket

ทว่า Mr. Dribbins นั้นไม่พอใจที่ Wallace แย่งที่ตัวเองในสมาคมไป จึงสั่งปิดชมรมเนื่องจากชมรมไม่มีสนามกอล์ฟ แต่ McBiscuit ประธานสมาคมยึนยันว่ามีแต่หาโฉนดไม่เจอ Wallace จึงต้องสืบในห้องสมาคมหาโฉนดให้เจอ

ฝีมือการตีกอล์ฟของ Wallace!!

**คะแนน:** 6/10

เกมโอเค แต่ก็ไม่ถึงระดับ Must play เอาจริงๆ ผมก็ไม่เชื่อหรอกว่าเกม Point & Click จะมีเกมไหนที่ Must play ได้ (นอกจากเรื่องความสำคัญทางวัฒนธรรมแบบพวก Monkey Island ที่เป็นตำนานไปแล้ว) จนกระทั่ง The Walking Dead นี่แหละ

**คำแนะนำ:** อืม…

**ความยาก:** เปิดบทสรุปดีกว่า

[FCC 34] Monkey Island 2 Special Edition: LeChuck’s Revenge

LeChuck’s Revenge เป็นเกมภาคต่อของ Secret of Monkey Island ในซีรีส์ Monkey Island เกมนี้ผมชอบภาค 3 คือ Curse of Monkey Island มากๆ รู้จักกับมันตอนเล่น ScummVM โดยเกมภาค 3 ออกเมื่อปี 1997 หลายปีต่อมา Telltale Games ซื้อลิขสิทธิ์ไปทำภาค Tales of Monkey Island และเนื่องจากเสียงตอบรับดี ทาง LucasArts Games ก็เลยเอา Secret of Monkey Island มารีเมคด้วยโดยใช้เอนจิ้นเดิมที่ปรับปรุงใหม่ สามารถแสดงผลภาพ 1080p ได้พร้อมเสียงจริง และตัดสลับกลับไปใช้ภาพและเสียงรุ่นเก่าได้


เนื้อเรื่องของเกมเริ่มต้นขึ้นเมื่อ Guybrush พระเอกของเรา “a mighty pirate” จะตามหาสมบัติ Big Whoop แต่ทว่าบนเกาะ Scabb Island นั้นมีชายนามว่า Largo อดีตมือขวาของ LeChuck ที่เราฆ่าตายไปในภาคที่แล้วเป็นอันธพาลอยู่บนเกาะและไม่ให้มีการเดินเรือเข้าออกเกาะ ด้วยการช่วยเหลือจากสหายเก่าผู้เซ็นสัญญาจะออกมาห้าภาคอย่าง The Voodoo Lady ทำให้เราสร้างตุ๊กตาวูดูของ Largo และขับไล่ Largo ออกไปได้สำเร็จ

แต่ทว่าก่อนจะไป Guybrush ดันโม้แตกว่าเค้าเป็นคนฆ่า LeChuck พร้อมโชว์หนวดเป็นๆ ของ LeChuck เป็นหลักฐาน Largo เลยขอยืมไปและนำไปใช้ปลุก LeChuck ขึ้นมาอีกครั้งหนึ่ง LeChuck ต้องการล้างแค้น Guybrush และไม่ให้ Guybrush พบ Big Whoop ไป

ทางด้าน Guybrush ก็ออกตามหาแผนที่ไปยัง Big Whoop จนครบทั้ง 4 ชิ้นด้วยวิธีการต่างๆ นาๆ และเมื่อครบชิ้นที่ 4 แล้วก็นำไปให้ Wally นักแผนที่ต่อแผนที่ให้ ระหว่างที่ไปหา Voodoo Lady ตามคำขอของ Wally นั้น LeChuck ก็ได้ลักพาตัว Wally ไป ส่วน Guybrush ก็แอบไปในกล่องพัสดุตามไปยังปราการของ LeChuck และช่วย Wally ได้สำเร็จ ระหว่างที่กำลังหาทางออกนั้น Guybrush ทำพลาดทำให้เกิดระเบิดพังปราการ LeChuck ไป ส่วน Guybrush กระเด็นมาที่เกาะที่อยู่ของ Big Whoop พอดี

ที่เกาะแห่งนั้น Guybrush ใช้คำใบ้ที่นกจดจำไว้ไปตามทางจนพบกับ Big Whoop แต่พลาดท่าตกลงไปในหลุมที่จุดระเบิด หนึ่งสัปดาห์ต่อมา Elaine ผู้ว่าการหญิงของเกาะ Booty หลานสาวของเจ้าของสมบัติ Big Whoop ก็มาช่วย Guybrush แต่ไม่ทัน Guybrush ตกลงไปในหลุมซึ่งกลายเป็นชั้นใต้ดินของสถานที่แห่งหนึ่ง และพบกับ LeChuck ที่มีตุ๊กตาวูดูของ Guybrush

Guybrush พบว่าตุ๊กตาวูดูแค่วาร์ปเค้าไปห้องอื่นๆ ไม่ถึงตาย จึงรวบรวมของเท่าที่มีประกอบขึ้นมาเป็นตุ๊กตาวูดูของ LeChuck และปราบ LeChuck ได้สำเร็จ ขณะที่ LeChuck กำลังลงนอนกับพื้นนั้น LeChuck ได้เรียก Guybrush ให้เข้ามา “Guybrush มาหาข้า ข้าต้องการให้เจ้าถอดหน้ากากอันนี้ออกมา อันที่จริงแล้ว ข้าคือพี่ของเจ้า!!” “NOUUUUUUUUU”

(อย่าถามว่าคุ้นๆ มั้ย เกมนี้ค่าย LucasArts นะครับ)

ฉากจบที่เหลือไปเล่นเองนะครับ อิอิ

ตัวเกมมีปรับปรุงจากตัวเดิมคือเลือก verb อัตโนมัติ คือเดิมเราจะต้องเลือกว่าจะ talk to, push, pull, ฯลฯ (ยกเว้นการเปลี่ยนฉาก) แต่ในบางจุดก็ยังจะต้องใช้ตัวเลือกเหล่านี้เองอยู่ดี โดยคลิกค้างไว้จะมีตัวเลือกให้ว่าสามารถกระทำอะไรกับวัตถุได้บ้าง นอกจากนี้ยังมีการขนระบบใบ้กันมาอย่างเต็มที่ ไม่ว่าจะเป็น Object Highlight ที่คลิกซ้ายขวาพร้อมกันจะทำให้จุดที่โต้ตอบได้เรืองแสงขึ้นมา, กด H จะใบ้ตั้งแต่ใบ้น้อยๆ ไปหาใบ้มากๆ ซึ่งบางจุดก็ใบ้มาแล้วก็ช่วยอะไรไม่ได้อยู่ดีเพราะมีหลายอย่างให้ทำ มันไม่เลือกให้ทำสักอย่าง บางจุดก็ช่วยได้มากเพราะเกมแนวนี้มีจุดเด่นที่การเอาของมาใส่กันแบบไม่ make sense

ปัญหานึงที่ผมไม่ชอบในเกมภาคนี้คือเกมจงใจจะทำภาคเก่ามาระบายทับเป็นภาคใหม่ให้กด transition แล้วดูอลังการตลอดเวลา มันก็เลยมีจุดแบบนี้…

สังเกตโปสเตอร์ซ้ายนี่เห็นชัดเลยครับว่ามันเอามาวาดทับกันชัดๆ แล้วแทนที่จะเขียนอะไรให้มันดูอ่านออกไปก็ดันวาดเบลอๆ ยิ่งถ้ากด transition ในเกมจะเห็นเลยว่าจุดมันทับกับพิกเซลภาคเก่าพอดี

สำหรับเสียงและภาพเนี่ย ผมรู้สึกว่าภาคเก่ามันมีความขลังกว่านะ อย่างนึงคือฉากใหม่มันดูแข็งๆ กว่าด้วย มันเป็นภาพนิ่งแล้วเอาตัวละครเดินเลย ภาคเก่าบางจุดยังมีการเคลื่อนไหวเล็กๆ น้อยๆ ที่ภาคใหม่ไม่มี (แต่ภาคใหม่ก็เอา shader มาแทน เช่นน้ำที่ดูอลังการขึ้นหลายเท่า) ส่วนเสียงภาคเดิมนั้นจะมีระบบ iMUSE ที่เป็นสิทธิบัตรของ LucasArts โดยเกมสามารถ transition MIDI sound ได้อย่างนุ่มนวล เวลาเข้าฉากใหม่จะค่อยๆ เปิดเสียงเครื่องดนตรีใหม่ หรือออกจากฉากก็จะปิดเสียงเครื่องนั้นให้เป็นแบบเดิมได้ แต่ด้วยภาคใหม่ใช้เสียงอัดจากเครื่องดนตรีจริงจึงไม่สามารถทำระบบแบบนี้ได้ และยังขาดฟีลของ digital sound เดิมๆ ไปอีกด้วย

—–

**คะแนน:** 8/10

มันเป็นตัวอย่าง Point & Click game ในตำนานแล้วล่ะครับ

**คำแนะนำ:** ไม่ควรพลาด

**ความยาก:** เกมไม่ make sense และผมเล่นเกมนี้น่าจะรอบที่สามแล้วก็ยังจำบทสรุปไม่ได้เลย (ผมจำ Curse of Monkey Island แบบ Hard mode ได้นะ ยกเว้น swordfight insults)