madoka.whs.in.th v3

หลังจากวางแผนมาเกือบ 10 เดือน และในโอกาส madoka.whs.in.th ครบรอบ 5 ปี ขอต้อนรับสู่ madoka.whs.in.th รุ่นที่ 3 ครับ

รุ่นนี้มีอะไร

Docker


ปัญหานึงที่ผมอยากแก้ไขมานานมากคือการที่จะลองโปรแกรมต่างๆ แล้วก็เอาออกไปไม่สะอาดทำให้เครื่องเต็ม คิดมายังไงก็ไม่รู้จะทำยังไงดี

จนกระทั่งมี Docker เข้ามานี่แหละครับ ก็น่าจะเข้ามาแก้ไขปัญหานี้ได้หมดจดสักที นอกจากนี้จะช่วยให้การ deploy โปรแกรมทำได้ไวขึ้น อย่าง server ที่เห็นตอนนี้ก็ลงแค่ครึ่งวันเองครับ เพราะโปรแกรมต่างๆ ก็นั่งจับมาทำเป็น Docker container หมดแล้ว

ยกเลิก ispcp

หนแรกก่อนที่ผมจะ plan v3 ผมพยายามอัพ ispcp (อาจจะเคยเห็นถ้าเข้า subdomain มั่วๆ ในเว็บผม) มาใส่ Debian 8 แล้วพบว่ามันพังย่อยยับ ในรุ่นนี้เลยตัดสินใจว่ายกเลิกไปเลยครับ ใช้ Docker อย่างเดียวพอ

เหตุผลอีกอย่างหนึ่งคือแรกๆ ตอนตั้ง server นั้นอยากจะทำ shared hosting ด้วย แต่พอทำไปทำมาแล้วก็พบว่าให้บริการกับเฉพาะลูกค้าที่ผมรับงานทำเว็บให้ก็พอแล้ว และหลังๆ มาผมพบว่าเว็บใหม่ๆ ไม่ว่าจะเป็นที่โหลดมาหรือผมเขียนเองก็ไม่ได้ใช้ PHP สักเท่าไรแล้ว ระบบ shared hosting แบบเดิมมันล้าสมัยไปแล้ว

HTTP/2

ในที่สุดเว็บก็ปรับมาใช้ HTTP/2 จนได้ครับ เนื่องจากว่าเดิมทีเว็บใช้ nginx ตัวเดียว ซึ่งใช้ nginx-push-stream แล้วทำให้ผมอัพเกรด nginx ยากมาก ตอนนี้พอเป็น Docker แล้วก็สามารถแยกอัพเกรดกันได้สะดวก

ที่ยังทำไม่ได้คือ Server Push เพราะ nginx เองยังไม่รองรับครับ ว่าจะลอง h2o อยู่แต่ก็รู้สึกว่า config file มันยุ่งยาก

ออกใบรับรอง Let’s Encrypt อัตโนมัติ

แผนการผมวางไว้ว่า Let’s Encrypt ผมจะแยกจาก container nginx เป็นอีก Docker container นึงไปเลย และจะมีระบบ renew certificate อัตโนมัติ ซึ่งเดิมทีผมใช้ script ไปควบคุม official client และด้วยว่า web server config ผมซับซ้อนมาก ผมเลยต้องอัพเดต certificate เองอยู่เรื่อยๆ

สำหรับลงใหม่รอบนี้ก็แยกลง acme-docker ไว้เลย ก็จะอัพเดต certificate ให้อัตโนมัติ และมีระบบขอ certificate ที่ดูดีกว่าระบบบ้านๆ ที่ผมใช้ ที่เหลือแค่จะต้อง reload nginx เองอยู่เรื่อยๆ

กว่าจะเป็น v3

ก่อนจะมาถึงรุ่นปัจจุบันผมลองเทคโนโลยีมาเยอะมากครับ และวางแผนไว้ใหญ่โตมาก ไม่ว่าจะเป็น

  • Rancher
  • Kubernetes

และพบว่ากับระบบ scale 1 เครื่องแบบนี้ไม่เหมาะเลยครับที่จะใช้พวกนี้ จัดการ container พื้นๆ นี่แหละเวิร์คสุดแล้ว

ประเด็นสำคัญเลยคือผมว่าเทคโนโลยี multi host container orchestration ยังอยู่ในช่วงตั้งไข่พอๆ กับสมัย Docker แรกๆ (ที่ทุกคนเบสอิมเมจจาก ubuntu)

อีกจุดนึงที่อยากทำมากๆ คือ PaaS ซึ่งก็ยังไม่ได้ทำสักที เพราะทีแรกนั้นผมแพลนว่าจะใช้ CoreOS และ PaaS หลายตัวต้องลงใน host ก็เลยข้ามไป

OS ที่เลือกก็เลือกอยู่หลายพักเลยครับ เริ่มจาก CoreOS และลอง CentOS Atomic อยู่นานมาก แต่สุดท้ายก็จบที่ Debian 8 เพราะผมยังรู้สึกว่าระบบนี้คือ testbed ผมที่ผมอยากจะเล่นอะไรหลายอย่างที่ Container OS มันจะไม่อนุญาตให้ทำ

สรุป

ตอนนี้เว็บผมก็ปรับเข้ามาใช้ Docker แล้วครับ ซึ่งก็แก้ปัญหาเรื่อง dependency management ไปได้เป็นอย่างดี และก็ได้โอกาสปัดฝุ่นระบบต่างๆ ที่เดิมมีแต่ไม่ค่อยดีไปด้วย

Aniplex’s Madoka Magica

แปลจาก [Amazon Review ชิ้นหนึ่ง](http://www.amazon.com/review/R37ZCPTI559MEM/ref=cm_cr_dp_title?ie=UTF8&ASIN=B00771V6OY&channel=detail-glance&nodeID=2625373011&store=movies-tv)

[..] ไม่ว่าผมจะอวยเรื่องนั้นขนาดไหน ผมก็จะให้คะแนนเรื่องนั้นตามจริง สาวน้อยเวทย์มนต์ มาโดกะ มาจิก้า เป็นเรื่องเดียวที่ผมสามารถให้คะแนนเต็มได้ทุกช่อง (เรื่อง ตัวละคร ความสนุก แอนิเมชั่น และเสียง) และมันเป็นเรื่องโปรดของผม ซึ่งผมจะไม่เปลี่ยนใจไปอีกนาน

ฉะนั้น ผมอยากเห็นเรื่องนี้โด่งดังในอเมริกา แต่ทว่า มันคงไม่เกิดขึ้น

มันมีเหตุผลอยู่ว่าทำไม FUNimation และ Sentai Filmworks เป็นบริษัท LC ที่ใหญ่ที่สุดในอเมริกาเหนือ นั่นคือ พวกเค้ารู้ว่าจะทำอนิเมะยังไง ญี่ปุ่นไม่เหมือนกับประเทศอื่นๆ ประเทศเค้าสนใจอนิเมะมาก แต่เราไม่ใช่ เราไม่ได้ยอมจ่าย $500 ให้แผ่นบลูเรย์ลิมิตสะสมในเรื่องโปรดของเรา ที่ออกมาทีละ 1-3 ตอน ซึ่ง FUNi และ Sentai เองก็คิดแค่ $40 สำหรับทั้งเรื่อง 12-26 ตอนในแบบบลูเรย์ — เรื่องเดียวกัน แต่ราคาถูกกว่ากันหลายเท่า

Aniplex อเมริกายังไม่เข้าใจเรื่องนี้ พวกเค้าไปทางสายญี่ปุ่นมากกว่า คือ ออกมาทีละชุด (ชุดละ 4 ตอน) แต่ละชุดก็แพงหูฉี่ (แผ่นนึงนี่ซื้อทั้งเรื่องของค่ายอื่นได้เลย) แถมการออกแบบนี้ยังไม่ได้ผลเพราะเรื่องนี้มีเทรลเลอร์ที่หลอกเด็กได้โหดร้ายมากที่สุด ใครที่ไม่คุ้นเคยกับอนิเมะคงต้องหันหน้าหนีจากผลงานชิ้นโบว์แดงอย่างสาวน้อยเวทย์มนต์ มาโดกะ มาจิก้า

แถมยังไม่พอ พากย์อังกฤษก็ต่ำกว่ามาตรฐานนิดหน่อย (ถ้าพูดแบบซอฟต์ๆ) การที่จะแย้ง “พากย์อังกฤษห่วยแล้วไง ก็ดูญี่ปุ่นเปิดซับสิฟะ” มันใช้ได้ผลก็แค่ว่าคุณมองข้ามข้อเท็จจริงไปว่าการพากย์ห่วยๆ มันแปลว่า Aniplex ไม่ได้ใส่ในคุณภาพของแผ่นแม้แต่น้อย นักพากย์ที่ใช้ก็หน้าใหม่ แต่ก็ไม่ได้แปลว่าไม่ดี บางคนก็ดี เช่น Phantom: Requiem for the Phantom มีนักพากย์อ่อนประสบการณ์หลายคน บางคนก็ใหม่กิ๊ก แต่พวกเค้าก็สามารถทำงานออกมาได้เยี่ยมยอด โดยเฉพาะเมื่อคิดถึงว่าพวกเค้ามีประสบการณ์แค่ไหน แต่เสียใจ ในเรื่องนี้ไม่ใช่แบบนั้น คุณภาพการแสดงมีทั้งใส่อารมณ์มากไป จนถึงใส่อารมณ์น้อยไป ทั้งพยายามออกชื่อให้ถูกจนโอเวอร์ พยายามดัดเสียงที่ไม่ใช่เสียงตัวเอง หรือไม่ก็เสียงที่ไม่เหมาะกับตัวละคร

รวมกันแล้ว การตลาดห่วยแตก ราคาแพงนรกแตก และพากย์อังกฤษคุณภาพต่ำ ออกมาเป็นสูตรสำเร็จของความล้มเหลว

ราคาเดียวกับที่ใช้ซื้อซีรีส์มาโดกะ 1/3 เรื่อง คุณมีตัวเลือกมากมายมหาศาล ที่คุณจะได้งานปริมาณเท่ากันหรือมากกว่าในราคาที่เท่ากันหรือน้อยกว่า บางทีสิ่งที่คุณซื้ออาจจะดีกว่าด้วยตามแต่รสนิยมของคุณ เช่น (ยกตัวอย่างเฉพาะเรื่องใหม่ๆ): Casshern Sins (24 ตอน), Phantom: Requiem for the Phantom (26 ตอน), Angel Beats! (14 ตอน), ef- a tale of memories (12 ตอน), Clannad (24 ตอน) (และ After Story 25 ตอน), Claymore (26 ตอน), ฯลฯ ทั้งหมดนี้ผมซื้อบลูเรย์มาหมดแล้ว ผมไม่เสียใจแม้แต่น้อย

เฉพาะพวกกลุ่มแฟนตัวยงเท่านั้นล่ะที่จะรู้ว่าเรื่องนี้เด็ดแค่ไหน แล้วถึงจะยอมซื้อมาโดกะ แต่ไม่ใช่ผมล่ะคนนึง ผมคงซื้อไปแล้วถ้าแผ่นมันไม่ได้ห่วยขนาดนี้ ลองคิดดูนะว่านักวิจารณ์อย่างผมไม่ยอมซื้อแผ่นเรื่องโปรดที่สุด คงจะเข้าใจ

สาวน้อยเวทย์มนต์มาโดกะมาจิกะถล่มวงการอนิเมะระหว่างช่วง Winter-Spring 2011 ได้รับการขนานนามว่าเป็นอนิเมะในตำนานแห่งปี 2011 นี่คือรายการส่วนหนึ่งจากรางวัลอนิเมะ Newtype (ละรายการที่ไม่เกี่ยวข้อง)

* **TV Anime ยอดเยี่ยม:** Mahou Shoujo Madoka Magica
* **ตัวละครหญิงยอดเยี่ยม:** Akemi Homura
* **แมสคอทยอดเยี่ยม:** Kyuubey
* **นักแสดงนำสาวยอดเยี่ยม:** Yuki Aoi (Kaname Madok CV)
* **นักแสดงสาวสมทบยอดเยี่ยม:** Saito Chiwa (Akemi Homura CV)
* **เพลงประกอบยอดเยี่ยม:** “connect” (Mahou Shoujo Madoka Magica)
* **BGM ยอดเยี่ยม:** Mahou Shoujo Madoka Magica
* **ผู้กำกับยอดเยี่ยม:** Shinbo Akiyuki
* **บทยอดเยี่ยม:** Mahou Shoujo Madoka Magica
* **ออกแบบตัวละครยอดเยี่ยม:** Mahou Shoujo Madoka Magica
* **ถ่ายทำยอดเยี่ยม:** Mahou Shoujo Madoka Magica
* **ศิลปะยอดเยี่ยม:** Mahou Shoujo Madoka Magica
* **ออกแบบสียอดเยี่ยม:** Mahou Shoujo Madoka Magica
* **เอฟเฟกท์ยอดเยี่ยม:** Mahou Shoujo Madoka Magica

รางวัลที่มันไม่ชนะก็คือ: ภาพยนตร์ยอดเยี่ยม (มาโดกะไม่ใช่หนัง), ตัวละครชายยอดเยี่ยม (มันมีตัวละครชายหลักๆ คนเดียว), นักแสดงนำชายยอดเยี่ยม (เหตุผลเดียวกัน), ตัวละครชายสมทบยอดเยี่ยม (เหตุผลเดียวกัน), หุ่นยนต์ยอดเยี่ยม (มาโดกะไม่ใช่หนังหุ่น), และโฆษณาทีวียอดเยี่ยม

เสียงตอบรับขนาดนี้แล้ว คุณอาจจะคิดว่าแผ่นโซนอเมริกาจะจัดหนัก ด้วยราคาสมเหตุสมผล การตลอดเต็มที่หรือเปล่า คุณคิดว่า Aniplex แห่งอเมริกาอยากให้ส่วนที่เหลือของโลกเห็นความเจ๋งของมาโดกะใช่มั้ย

น่าเสียดายที่เรื่องดีๆ แบบนี้จะไม่เกิดในอเมริกาเลย หวังว่า Aniplex จะได้รับบทเรียนและออกแผ่นใหม่ดีๆ ทีหลัง