API และ RSS

>*บทความสรุปจาก [Battle for the planet of the APIs](http://adactio.com/journal/6291/)*

Anil Dash เคยกล่าวถึงเว็บในยุคหนึ่งไว้ในบทความ [The Web We Lost](http://dashes.com/anil/2012/12/the-web-we-lost.html)

>ห้าปีก่อน ถ้าคุณจะเอาเนื้อหาจากเว็บนึงหรือแอพนึงมาใส่ในเว็บหรือแอพของตัวเอง ก็แค่ทำตามรูปแบบที่เขียนไว้ในเอกสาร ไม่ต้องไปเจรจาธุรกิจ ทำสัญญาอะไรกัน ฉะนั้นแล้วประสบการณ์ของผู้ใช้จึงไม่ขึ้นอยู่กับการต่อสู้ทางธุรกิจระหว่างบริษัท แต่อยู่ที่สถาปัตยกรรมอันยืดหยุ่นของเว็บ

เวลาผ่านไป สมัยนี้บริการใหม่ๆ ไม่ได้มองตัวเองเป็นส่วนหนึ่งของเว็บแล้วแต่เป็นตัวของตัวเองโดดๆ

แล้วอะไรล่ะคือสาเหตุ?

Facebook

ในสมัยก่อน AOL เคยมีบริการที่ใช้แนวคิดว่า เราไม่ต้องเข้าเว็บอะไรยุ่งยากหรอก ข้างใน AOL เรามีบริการซะทุกอย่างครบถ้วนหมดแล้ว

แน่นอนว่า สุดท้ายแล้วมันก็ไม่เวิร์ค เหมือนที่ Yahoo จะทำสารบัญเว็บก็ไม่เวิร์ค เว็บมันโตเร็วเกินไปจนไม่มีบริษัทใดบริษัทหนึ่งสามารถจะมาแข่งขันกับมันได้ ทุกคนเลยเลิกพยายามและทำตัวเป็นส่วนหนึ่งของเว็บแทน นั่นคือ ไม่ได้ทำทั้งหมดทุกอย่าง แต่ทำบริการอย่างเดียวที่เพอร์เฟกท์ ไม่ว่าจะเป็นการแชร์ภาพแบบ Flickr จัดการลิงก์ด้วย Delicious เขียนบล็อคบน Blogger และถ้าจะต้องการมีความสามารถเพิ่มเติม ก็ส่งต่อผู้ใช้ไปหาเจ้าที่ดีที่สุด อาจจะใช้ API ก็ได้ และตัวเองก็มี API ให้ด้วย

เวลาผ่านไป Facebook โตขึ้นเรื่อยๆ ครั้งหนึ่งคนแนะนำ Facebook ให้ผม ผมถามว่า “มันใช้ทำอะไร” เหมือนที่ Flickr ใช้โชว์ภาพ Delicious ใช้โชว์ลิงก์ Facebook ใช้สำหรับทุกอย่าง

ผมไม่เข้าใจ มันแปลกมากที่เครือข่ายสังคมจะใหญ่โตได้ขนาดนั้นเพียงแค่สร้างเครือข่ายที่โต

แต่มันก็โต โตขึ้นเรื่อยๆ จนถึงจุดนึงสิ่งที่ AOL ทำไม่ใช่เรื่องแปลกแล้ว มันแค่ล้ำสมัยไปเท่านั้นเอง

ต่อมาเมื่อ Facebook แสดงให้เห็นว่าเว็บเดียวเอาทุกอย่างได้ ก็เลยเป็นต้นแบบ Startup ต่างๆ เลิกมองตัวเองเป็นเว็บ แต่อยากเป็นบริการเดียวที่ผู้ใช้ต้องการแบบ Facebook

พอกลายเป็นแบบนี้ การที่มีข้อมูลไหลข้ามบริการได้อย่างสะดวกด้วย API ก็ไม่ใช่เรื่องดีแล้ว API ไม่ใช่แค่ถูกปิดอย่างเช่น Social Graph API ของ Google แต่รูปแบบการแลกเปลี่ยนข้อมูลพื้นฐานก็หายไปแล้ว

ครั้งหนึ่ง Twitter, Flickr เคยใส่ hCard ในหน้าโปรไฟล์ของเรา และถ้ามีลิงก์ไปเว็บเราจะมี rel=”me” ใส่ไว้ สมัยนี้ก็ไม่มีแล้ว

ทีนี้ RSS…

มีคนเคยถามผมว่าถ้าจะทำ API จะเริ่มจากอะไรดี ผมตอบไปว่า ถ้าคุณมี RSS คุณก็มี API แบบ Read-only แล้ว

ใน RSS คือรูปแบบการแสดงรายการแบบเป็นมาตรฐาน มีการระบุเวลา ระบุชื่อ ระบุรายละเอียด และลิงก์ ถ้าอ่าน RSS ได้ ก็สามารถอ่าน RSS อันอื่นได้ และข้อมูลใน RSS ก็เอาไปใช้งานต่อได้มากมาย เช่น มีคนเอา RSS พยากรณ์อากาศในลอนดอนมาผูกกับ RSS เวลาที่ ISS บินผ่านท้องฟ้า ก็ได้บอต Twitter ที่จะแจ้งเมื่อสถานีอวกาศนานาชาติบินผ่านฟ้าไปและตอนนั้นฟ้าโปร่ง

ครั้งหนึ่ง ทุกครั้งที่มีเว็บที่แสดงรายการ มักจะมี RSS เสมอ ทั้งบล็อค ทั้งรูปภาพ สเตตัส ฯลฯ

ปัจจุบันก็ไม่ใช่แล้ว Twitter เคยมี RSS ที่แสดงทวีตของเรา ต่อมาก็เปลี่ยน link ไปอยู่ใน Twitter API ทำให้ใช้ได้ภายใต้ข้อกำหนดของ API และสุดท้ายก็ถอด RSS ทิ้งไปเลย การจะเอาทวีตของตัวเองมาแสดงในเว็บ ครั้งหนึ่งแค่อ่าน RSS ตอนนี้ก็ต้องมานั่งศึกษาการใช้ API แถมข้อตกลงการใช้งานก็[ไม่อนุญาตให้แสดงทวีตในรูปแบบตามใจชอบ](https://dev.twitter.com/terms/display-requirements)ได้

นี่ทวิตผมนะครับ แต่สิทธิการเอาทวิตของผมไปแสดงเป็นสิทธิของ Twitter

Twitter เคยกล่าวไว้ว่า RSS นั้น “ไม่ค่อยใช้แล้วสมัยนี้” และ Google ก็ใช้ข้ออ้างเดียวกันปิด Google Reader ก็เหมือนเข้าไปซื้อของแล้วเค้าบอกว่า “อ้อ ไม่มีของครับ ไม่มีใครสั่งเลย จะว่าไป วันนี้มีคนถามห้าคนแล้วนะ”

>”RSS ก็เหมือนท่อประปา มันมีใช้กันทั่วไป แต่มองไม่เห็น”

ข้อความนี้ Brent Simmons เคยกล่าวไว้ และเค้าได้เขียน[จดหมายรักถึง RSS](http://inessential.com/2013/03/14/why_i_love_rss_and_you_do_too)

>ถ้าคุณฟังพอดแคสท์ คุณใช้ RSS, Flipboard กับ Twitter ก็เป็น RSS Reader ถึงอาจจะไม่เคลียร์ และถึงมันอาจจะมีฟีเจอร์อื่นๆ ด้วยก็ตาม

เค้ายังกล่าวถึงข้อดีอื่นๆ ของ RSS อีก โดยเฉพาะการที่มันไม่มีศูนย์กลาง ทำให้ทุกคนเท่าเทียมกัน และนั่นก็เป็นปัญหาว่าพวกเราเอาของที่มันไม่มีศูนย์กลาง ไปรวมกันไว้ใน Google Reader แล้วพอเกิดศูนย์กลางแล้วก็กลายเป็นแบบที่เห็น

กลับไปที่บทความเว็บที่หายไปของ Anvil

>เรามีนักธุรกิจรุ่นใหม่ที่คิดทำผลิตภัณฑ์ใจแคบ เป็นศัตรูกับเว็บในลักษณะเดียวกันนี้ ก็เพราะมันทำให้คนรวยกลุ่มเล็กๆ รวยขึ้นไปอีก แทนที่จะทำให้คนหมู่มากสามารถสร้างนวัตกรรม โอกาสใหม่ๆ ด้วยเว็บ

ผมคิดว่าการมองง่ายๆ ว่าบริการนั้นคิดยังไงกับข้อมูลของเราก็ดูแค่ว่ามันมี RSS หรือเปล่า

– Instagram ไม่มี RSS ของภาพของผม
– Twitter ไม่มี RSS ของทวีตผม
– Facebook ไม่มี RSS ของเพจผม

(/ผู้แปล ผม subscribe Facebook Engineering ด้วย​ RSS อยู่นะ เหมือนว่า Facebook Timeline จะเอาลิงก์ RSS ออกไปแล้ว)

ถ้าพวกนี้ไม่ไว้ใจผมขนาดจะไม่ทำ RSS แล้วทำไมผมควรจะวางใจกับข้อมูลของผมในบริการพวกนั้นล่ะ