Things I wish I know before going to เขาชนไก่

ไปเขาชนไก่มาละครับ ก็มาบล็อคไว้เป็นที่ระลึกสักหน่อย ครั้นจะบล็อคธรรมดาๆ ก็ธรรมดาไป ท้ายๆ จะมีแนะนำสิ่งที่ควรทราบและบล็อคที่ผมอ่านมาหลายที่ (ทั้งของปีสองและปีสามปีนี้และปีก่อน) ไม่ได้มีเขียนไว้

เอาล่ะ เข้าบล็อคแบบ “ธรรมดาๆ” ก่อน

ก่อนไป

ผมกังวลเรื่องไปเขาชนไก่อยู่หลายปีตั้งแต่จบลูกเสือมา ผมไม่ชอบไปแคมป์โคตรๆ สมัย NLC9 ปีแรกที่เป็นแคมป์ ผมเคยถามตัวเองว่ายอมแพ้มันตั้งแต่รอบนี้ได้มั้ย ไม่อยากไปแคมป์ แต่ NLC นั่นก็นอนสบาย

ความโคตรโชคดีของผมคือ ปีสองผมรอดการไปเขาชนไก่ด้วยการผลักภาระให้ปีสามไปหกวัน แต่ที่สุดแล้ววันของผมก็มาถึงที่ผมจะต้องโดนไปห้าวัน

ผลัดของผมคือผลัด 25 วันพฤหัสที่ 31-4 มกรา-กุมภา ข้อเสียของผลัดเวลานี้คือผมไปทีหลังคนอื่น กลับมาเขียนบล็อคเนี่ยผมว่าคนอ่านคงไม่ใช่ผลัดต่อไปแต่คงเป็นรุ่นน้องแล้วละมั้ง (จริงๆ มันมี 48 ผลัด แต่ผมไม่รู้จักเพื่อนที่ไปผลัดหลังผมแล้วนะ) ก่อนจะไปตั้งแต่วันจันทร์ผม gaming ให้หนำใจซะก่อน แต่คืนก่อนไปผมดันเลือกเกมผิด เล่น The Walking Dead คราวนี้โคตรเครียดเลย (มันประมาณ 2x Kokoro Connect)

ทีนี้ก่อนไปเราก็มีการเตรียมตัวครับ ผมเองรู้จักแต่ปีสองก็เลยได้อ่านของปีสองซะมากกว่า แต่ก็มีเพื่อนโยนของปีสามมาให้เหมือนกัน ก็จะมี

สรุปๆ แล้วของที่ผมตัดสินใจเอาไปเลยเป็นดังนี้ครับ ไม่รวมที่ใส่ติดตัวไปนะ

  • ชุดฝึก 1 ตัว
  • ช้อนส้อม
  • ​โทรศัพท์ Nokia 2600 classic (ทวิตได้ ไว้ผมจะเขียนว่าผมทำให้มือถือปี 2008 ทวิตได้ยังไง)
  • ยาขัดรองเท้าแบบทา (quick polish)
  • เสื้อใน 2 ตัว + ชุดล่าสังหาร (เป็นเสื้อในรด. แบบแขนยาว)
  • ทิชชู่เปียก Watson แบบ 50 ห่อ
  • ถุงนอน ผมทำถุงใส่หาย เลยใส่ถุงผ้าลดโลกร้อนไป
  • เสื้อกันหนาว — ต้นกล้าแนะนำว่าเสื้อ Adidas ตอนแข่ง PHP ใช้ได้ดี ผมก็เลยเอาไป
  • กางเกงใน 2, Disposable 6 (1 pack) พ่อยุให้เอาแบบหลัง คือแบบใช้แล้วทิ้งไปด้วย
  • อุปกรณ์อาบน้ำ มีพิเศษคือมี Mouth spray ด้วย (ผมจะเอาน้ำยาบ้วนปากไปแต่ลืมซื้อ)
  • ยากันยุง
  • ไฟฉาย ผมมีสองอันคือแบบนาฬิกาซึ่งมันสว่างได้ห่วยมาก กับอีกอันน้องผมหามาให้คือปากกาไฟฉาย ใช้วันเดียวปากกาเพิ่งซื้อเขียนไม่ติด แต่ไฟฉายไม่เคยทรยศผม ใช้ได้ดีตลอด
  • ผ้าเช็ดตัว
  • ช้อน
  • รองเท้าฟองน้ำ
  • กางเกงขาสั้น 2
  • ปากกา (ไฟฉาย)
  • Earplug ผมใช้ของ 3M อันละ 95 เป็นแบบ reusable — ใครจะซื้อ Earplug แนะนำให้อ่านให้จบก่อนนะครับ
  • ผ้าปิดปาก
  • เงิน รู้สึกจะมีประมาณพันสอง
  • บัตรประจำตัว (ไม่ได้ใช้)

เค้าจะมี list ให้ว่าอะไรเอาไป ผมเชื่อตามคนอื่นบอกและในรายการของเค้าผมเลยขีดรายการต่อไปนี้ออก

  • ยาสระผม (ปรากฎแม่ผมก็ใส่ไป..)
  • ผงซักฟอก
  • ผ้าห่ม
  • มุ้ง
  • รองเท้าผ้าใบ
  • เข็มด้าย
  • ผ้ากรอง

เอาล่ะ มาดูกันว่าจะเอาตัวรอดยังไง

วันแรก

ทางทหารใช้การนับวันโดยนับ ว = วันแรก ว+1 = วันที่สอง นะครับ

โรงเรียนผมค่อนข้างอำมาตย์คือจัดรถไปส่งซึ่งผู้ปกครองเครือข่ายจัดหามาให้ ก็เป็นรถเมล 60 เฉพาะกิจครับ มี 5 คัน เป็นประสบการณ์นานๆ ครั้งที่จะได้นั่งรถเมลจริงๆ คือ นั่งพื้นรถเลย ไปถึงที่สวนเจ้าเชตุก็จะมีของขาย ตรงนี้ผมพบว่าพ่อให้ยาดมใช้แล้วมาและมันจะหมดแล้ว เลยซื้อใหม่เลย 20 บาท (ตามหน้าฉลาก) และก็ทหารจะบอกให้ซื้อ Earplug คู่ละ 20 ไม่มีขายที่สนามยิงปืน (แต่กรุณาอ่านต่อไป…) และสักพักก็จะรวมพลซึ่งก็จัดแถวแบบจัดๆ ไปให้ครบตามจำนวน ไม่ได้รวมกองร้อย ผมไปทีหลังก็เลยนั่งหลังหน่อย ที่รวมด้วยก็จะมีทั้งปี 2 ชาย และปี 4 หญิงครับ ที่นี่จะมีประกาศให้นำของบางอย่างติดตัวไปด้วย เช่น ยา ช้อนส้อม (?) ผ้าปิดปาก เงิน โทรศัพท์ กระติกน้ำ และทำเครื่องหมายไว้ที่กระติกน้ำและกระเป๋า

ปรากฎว่า โชคเข้าข้างครับ รถแอร์คือคันที่ 8-9-10 ผมตกคันที่ 10 พอดี เลยได้นั่งรถแอร์ไป กฎของรถทุกคันคือห้ามทำอะไรกับหน้าต่างเด็ดขาดครับ และถ้ายังไม่สั่งห้ามถอดหมวก ซึ่งพอรถออกไปพักนึงหรือใกล้ถึงก็จะมีคำสั่งให้สวมหรือถอดหมวก ส่วนหน้าต่างเนี่ย ถ้าเป็นรถร้อนจะยกให้แค่ชั้นแรกเท่านั้น (ผมเดาว่ากันเวลาง่วงนอนแล้วหัวตกหน้าต่าง แล้วก็สังเกตว่าเราจะเฮฮากันน้อยลงมากเวลาหน้าต่างปิด แต่รถไม่ได้ร้อนมากไปกว่าปกติเท่าไรเลยครับ) ส่วนรถแอร์ก็จะไม่มีเปิดครับ และไปถึงพักนึงจะเริ่มพบว่ารถมันหนาวมาก

รถไม่มียืนครับและห้ามสลับคันเด็ดขาด ทุกคนจะได้นั่งไปจนถึง

สงครามเก้าทัพ

สถานที่จอดแรกคืออุทยาสงครามเก้าทัพครับ มีซาลาเปาขายลูกละสิบบาท มีครูทหารแต่งคอส (?) เชียร์ขายอยู่ ลูกมันเล็กไปนิดนึง (ประมาณซาลาเปาสำเร็จรูปน่ะครับ ไม่ได้ใหญ่ขนาดซาลาเปาที่ขายกันทั่วไปหรือตามเซเว่น) แต่ยึนยันว่าอร่อย อย่างอื่นก็มี เช่นข้าวเหนียวหมูปิ้ง เลย์ (ซึ่งผมไม่คิดว่ามีเวลากินนะ) เสร็จแล้วก็จะมีเรียกรวมที่ลานครับ ไอ้ลานนี่ผลัดผมก็โชคดีอีก คืออากาศช่วยนั้นไม่ร้อนมาก ลมพัดเย็นสบายตลอดทั้ง 4 วันเลย เอาแขนเสื้อลงเดินกลางแดดก็ไม่รู้สึกร้อน (แต่อบอ้าว)

ความโชคดีผมวันแรกมันยังไม่หมด.. ผมไปรวมก่อนและอยู่แถวที่สามจากขวา ปรากฏว่าสามแถวทางขวาให้ไปฟังบรรยายที่ห้องบรรยายด้านบนซึ่งเป็น… ห้องแอร์ ที่ห้องนี้ครูทหารที่แต่งคอสก็จะมาบรรยายเกี่ยวกับสงครามเก้าทัพ ใครไม่ได้มาฟังห้องนี้นี่เสียดายมากครับเพราะ Multimedia จัดเต็มมาก ผมไม่เคยเจอพิพิธภัณฑ์ที่ไหนทำดีขนาดนี้ คือ เค้าบรรยายไปกด effect ไป (ทั้ง sound effect, เพลงประกอบและ echo effect) และมี VCD (ซึ่งภาพน่าจะถ่ายมาจากม้วน VDO ที่ใกล้เสียแล้วอีกที) ตัวที่นั่งฟังบรรยายก็จะเป็นเก้าอี้ล้อมกลมแบบท้องฟ้าจำลอง

ครูที่บรรยายแนะนำว่าที่นี่มีเปิดบรรยายปกติครับ ใช้เวลาประมาณ 1 ชั่วโมง 15 นาที แต่ว่าของนศท. จะตัดสั้นลง และครูที่บรรยายทำได้ดีมาก ไม่ได้บรรยายชวนหลับแบบทหารทั่วไปนะครับ

ส่วนพวกที่ไม่โชคดีไปนั่งข้างนอก ผมได้ยินมาว่าครูก็บรรยายเหมือนกัน แต่เอาฮาซะมากกว่า

สนามยิงปืน

ก่อนไปสนามยิงปืน รถจะแวะหน้ากองพัน unload ของครับ ฉะนั้นกระเป๋าเราจะไม่อยู่กับตัวแล้ว หึๆ แล้วรถจะไปดรอปเราลงที่สนามยิงปืนเลย

สนามยิงปืนจะจัดให้เข้าตามเลขที่ตามโรงเรียนครับ เช็คยอด มีให้เซ็น ซึ่งถ้าไม่มีปากกามา กองพันผมจัดให้คือปากกากับสมุด และสมุดประวัติ (ซึ่งไม่ได้ใช้เลย และสมุดธงชาติหรือสมุดประจำตัว 20 สัปดาห์ก็ไม่ได้ใช้ครับ) จากนั้นจะให้วางกระติกน้ำไว้ จัดชุดยิงชุดละ 60 คนตามเลขที่ แล้วจะมีการอธิบายการยิงครับ

จุดสำคัญคือ Earplug แบบโฟมที่ขายที่สวนเจ้าเชตุนั้น ครูฝึกฉีกทิ้งแล้วปาลงพื้นเลยครับ โฟมจะขยายตัวช้า ถอดเข้าถอดออกไม่สะดวก ต้องซื้อของเค้าอันละ 35 บาท (ซึ่งมันจะโคตรเหมือนของผมเลยแหละ)

คำแนะนำ: Earplug สวนเจ้าเชตุ หลอกขายครับ อย่าไปซื้อ! (แต่เอาจริงๆ ผมว่ามันใช้ได้นะ คือเหตุผลครูฝึกคือจะมีการถอดเข้าถอดออก แต่ผมเห็นบางคนยิงไม่ถอดเลยก็มี และก็ไม่เห็นครูฝึกตรวจ Earplug)

พอเสร็จแล้วก็จะพักทานข้าวที่สนามยิงปืนครับ ทีนี้ ใครสงสัยว่าทำไมต้องเอาช้อนติดตัว ก็เพราะแบบนี้ล่ะครับ ใครที่ไม่ได้เอาช้อนติดตัวมาตั้งแต่ก่อนมาก็ต้องซื้อช้อนกินไป นอกจากนี้แล้วตรงนี้มีแค่ร้านน้ำครับซึ่งร้านน้ำส่วนมากที่นี่จะเน้น est เป็นหลัก ถ้าของเยอะหน่อยก็จะมีสปอนเซอร์ มีน้ำเปล่า มีขนมปังตามลำดับ ใครที่มาแล้วคิดว่าจะอดข้าวหลวงกินแต่ร้านค้าคงไม่ได้ครับ

คำแนะนำ: ช้อนต้องติดตัวเสมอ พร้อมกินตลอดเวลา (ผมใช้วิธียัดๆ รวมกับกระติกน้ำ งอหน่อยก็ช่างมัน ช้อนผมใส่ถุงไว้กันฝุ่นนิดนึง)

ทีนี้ถามว่าเค้ากินอะไรกัน ครูฝึกบอกว่าอาหารจะผลัดทุก 7 วันครับ (แต่วันแรกกับวันกลับผมกินเมนูเดิมนะ)

Image000

กินข้าวกินตามสบายครับ ไม่มีตั้งฉากตบฉากกินเป็นมุมฉากข้าวหนึ่งคำครูเอาห้าสิบยกใดๆ ทั้งสิ้น แต่สำคัญสองอย่างคือกินให้ทันเวลา และล้างถาดให้สะอาด กินไม่หมดเททิ้งได้ตามสบายเลย กินเหลือขอเพิ่มได้ บางทีมีคนตักให้ (ทหารบ้าง เพื่อนบ้าง ตักเองบ้าง)

วิธีการล้างถาดของที่นี่จะเหมือนกันทุกที่ครับ คือจะมีน้ำหนึ่งให้จุ่ม (ซึ่งมันจะเน่ามากเป็นสีเดียวกับแกงวันนั้น) บ่อสองเป็นน้ำยาล้างจานซึ่งจะมีสก็อตไบรท์ให้กับแปรงขัดส้วม บ่อที่สามและสี่เป็นน้ำเปล่าให้ล้าง (บางที่มีบ่อเดียว) และบ่อสุดท้ายจะเป็นน้ำเปล่าต้มให้จุ่ม ซึ่งทุกน้ำจะมีคราบมันๆ เหมือนกันถึงจะเป็นน้ำห้า -_-‘ เสร็จแล้วถาดก็เก็บขึ้นรถครับ บางทีก็ตากก่อน บางทีก็เช็ดก่อนเก็บก็มี

สำหรับในตอนบ่ายจะเป็นการสอนใช้ปืนครับ โดยจะให้เข้าแนวยิงไปลองเสมือนจริงทีละชุดยิงเลย โดยคนที่ 5 หารลงตัวจะต้องเป็นคนให้สัญญาณธง (แดง – ยิงอยู่ เขียว – ยิงจบ) จนกว่าจะถึงคิวตัวเองเป็นผู้ช่วย (บนแนวยิงจะมีสามคนคือรอยิงหนึ่งถึงสองชุด ผู้ช่วย และพลยิง สองคนหลังสวมหมวกเหล็ก)

สำหรับผลัดผมได้ปืนเป็นปืน M16A1 ครับ ข้อดีคือแรงถีบมันน้อย (ผมรู้สึกว่าน้อยกว่าปืนเจเกอร์นะ) และการยิงทำการยิงซ้อมแห้ง (คือสมมุติว่ายิง แต่จริงๆ ไม่โหลดกระสุน) จำนวนแปดนัด การใช้ปืนก็ไม่ยากครับ มีคำสั่งมาให้ทั้งแนวขานแล้วทำตาม

  • ลุก (พลยิง-ผู้ช่วยให้ลุก)
  • นอน เตรียมยิง (พลยิงทำกึ่งขวาหันเล็กน้อยแล้วหมอบห้ามเกินแนว หยิบปืนเล็ง)
  • ประจำที่ (ผู้ช่วยชันเข่าเอาเขาซ้ายดันไหล่ขวาพลยิง)
  • ชู (ผู้ช่วยชูซองกระสุน)
  • สองคำสั่งต่อไปนี้ไม่มีออกมาให้ทำหลังชูเสร็จแล้วและขานเลย: ลด (พลยิงเอนปืนเป็นแนวขนานกับพื้น ด้านปุ่มปลดซองกระสุนขึ้น)
  • แบ (พลยิงตั้งศอกขวาตรง มือแบ)
  • บรรจุ (ผู้ช่วยส่งซองให้ พลยิงใส่ซองโดยใส่เข้าช่องให้ด้านงอออกด้านนอก ตบเข้าไป แล้วกดปุ่มปลดคันรั้งทางด้านตรงข้าม ผู้ช่วยเอาสวิงถือไว้ดักกระสุนที่จะกระเด็นออก)
  • ปลดห้ามไก (พลยิงดันปุ่มด้านบนไกปืนไปที่ตำแหน่ง Semi — M16A1 มีสามโหมดคือ Safe ห้ามยิง Semi ทีละนัด และ Auto รัว)
  • ยิงได้!
  • ปืนติดขัด (พลยิงกด​ Safe วางปืน ผู้ช่วยยกสวิง)
  • ยิงครบแล้วผู้ช่วยวางถุงแล้วถอยไปที่เดิม พลยิงกด Safe ดันคันด้านหลังปืนออกมา ตบกลับไปที่เดิม ชักซองกระสุน วางปืน กลับนั่งท่าเดิม

สถานีต่อไปหลังจากนี้คือการสอนเล็งด้วยการใช้ปืนจำลอง เป็นปืนไม้ด้ามเหล็ก จะมีรอยบากให้เอาแผ่นเหล็กไปติดซึ่งจำลองเป็นเป้าปืนและศูนย์ เสร็จแล้วก็พักครับ ร้านน้ำตรงนี้มีแปลกคือมีขนมปังแบบปกติขาย (แบบแบรนเนมที่ขายทั่วไปน่ะครับ ที่อื่นผมไม่เห็นเลยนะจะเป็นแบบขนมปังขาวทาเนยอย่างเดียว) ส่วนใครอยากจะล้างมือหรืออะไรที่นี่มีคันโยกน้ำครับ อยากใช้ก็ผลัดกันโยก (เพื่อนผมโยกจนน้ำหมดอะ)

เมื่อเสร็จจากตรงนี้ รวมและสรุปต่างๆ แล้วก็จะกลับกองพันครับ ขามามีรถมา ขากลับก็ เดิน!!!!! (ตอนนั่งรถมานั่งอยู่นานพอสมควรล่ะครับ ขากลับไปนี่แบบว่าเมื่อไรจะถึง!! มีถนนลาดลงแล้วลาดขึ้นอีกด้วย)

ก่อนกลับจะมีแนะนำกองพันครับ กองพันผมคือกองพันที่ 31 “กระทิงทอง” วินัยดี สามัคคีเด่น เน้นคุณภาพ (ครูรองหัวหน้าพยายามเปลี่ยน motto แต่ว่าหัวหน้าสั่งเปลี่ยนกลับโดยที่พวกเราก็งงๆ) มีการจัดเต็นท์นอน แบ่งเป็น A, B, C คือร้อย 1, 2, 3 ซึ่งเอาจริงๆ ครูเค้าเข้าใจแหละว่าเราไม่นอนตามนั้นอยู่แล้ว แต่สำคัญคือทุกเต็นท์ต้องนอนสองคนเพื่อให้ง่ายกับการจัดเวรยาม และสุดท้ายคือ 240 บาท…!!! ซึ่งก็เป็นค่าใช้จ่ายของทหารที่เค้าช่วยเหลือเราต่างๆ เช่น ปากกาเมื่อตะกี้ ผ้าพันคอ เสื้อเขาชนไก่ เสื้อกระทิงทอง อาหารที่ทำกินเอง

คำแนะนำ: จับคู่นอนให้จับคู่นอนเฉพาะเพื่อนในกองร้อยนะครับ ให้ดีควรจะเป็นระดับหมวดเดียวกันเลย (อ้อ เรื่องหมู่ที่นี่ไม่เคยมีปัญหาครับ ขอแค่แถวเรียบร้อยจะไปนั่งหมู่ไหนก็ได้ในหมวดตัวเอง)

กองพัน

เดินถึงกองพันแล้วก็มีธุรการคือแจกเสื้อ ผ้าพันคอ และเช็คชื่อ ผมจำลำดับไม่ค่อยถูกว่าก่อนหรือหลังกินข้าว แต่คือมีให้ไปร้านค้าได้ ซึ่งเราจะเห็นความเป็นมืออาชีพของทหารเค้าเลย คือกำหนดการจะพอดีมาก เวลาเราไปร้านค้าคือมีแค่เราเท่านั้น ไม่มีกองพันอื่นมาปนใดๆ ทั้งสิ้น เป็นอย่างนี้ทุกวัน

กลางคืนจะมีการอธิบายการปฏิบัติต่างๆ ก่อนนอนครับ โดยรวมรอบเย็นเสร็จจะมีเวลาประมาณ 20 นาทีให้จัดการตัวเองอะไรก็ได้ ซึ่งปกติผมจะไปแปรงฟัน แล้วก็จะรวมอีกรอบเพื่อสวดมนต์ ร้องเพลงสรรเสริญฯ แล้วปล่อยนอน ซึ่งปล่อยนอนนี้กำหนดว่า 15 นาทีหลังปล่อย เต็นท์พยาบาลจะปิดจนถึงเช้า 20 นาทีต้องนอนแล้ว และหลังปล่อยทันทีจนถึง 1 ชั่วโมงผ่านไปห้ามใช้ห้องน้ำจนถึงตีสี่ (หรือก่อนเวลาตื่น 1 ชั่วโมง

ทีนี้ความสนุกของมันก็เริ่มขึ้นละครับ…

เรื่องความซวยแรกบังเกิดคือ หัวหน้ากองร้อยไปฟ้องว่าร้อยผมมีการ 3p กันเกิดขึ้น ครูฝึกจึงสั่งรวมร้อยแล้วเคลียร์คู่ใหม่ (ซึ่งตอนนี้เค้าไม่ได้ยึดแบบนั้นแล้วแหละ) ผมก็ไม่รู้มันจบยังไงนะมันมั่วๆ แต่เหมือนว่าไม่ใช่หมวดผมที่มีปัญหาเลยปล่อยไป

เรื่องต่อมาคือ จากเมื่อกี้มีคนหมั่นไส้หัวหน้ากองพันเลยเดินไปตบเต็นท์ ผมก็ไม่รู้ว่าท่าไหน คราวนี้เลยรวมอีกแล้วแล้วก็ให้สารภาพมา แต่ก็ไม่มีใครยอม สุดท้ายเลยมีกลุ่มนึงประมาณ 20 คนลุกออกไปซึ่งทุกคนก็รู้แหละว่าเค้าเป็นแพะเพราะไม่งั้นจะโดนเล่นทั้งกองร้อย พวกนั้นก็โดนแดกไปและกลับมาด้วยเสียงปรบมือจากทั้งกองพัน

เรื่องที่สามคือประกาศห้ามเข้าห้องน้ำฟังกันไม่เคลียร์ครับ ผมก็เกือบเข้าใจว่าตีสี่เข้าได้ก็ตื่นตีสี่ครึ่งมาจะเข้าห้องน้ำ แต่บัดดี้ปลุกไม่ตื่น ก็รอสักพักให้ตีห้าตรงค่อยไป ปรากฎว่าพวกออกตีสี่งานเข้าครับ วิ่งรอบกองพันตะโกน “ผมตื่นก่อนเวลาคร๊าบบ” “ผมด้วยยยย” ทุกคนในกองพันบอกเหมือนกันครับว่าตื่นกันก็ตอนที่มันวิ่งกันนี่แหละ

ทั้งหมดนี้ก็จบเรื่องของวันและคืนแรกไปครับ วันแรกนี้ครูฝึกค่อนข้างเข้มงวดมาก รวมๆ ไปแล้วผมโดนหมอบ 7 ครั้ง นอนหงาย 1 ครั้ง ตบหัว 1 ครั้ง ลุกนั่ง 10 ครั้ง

วันที่สอง

Image015

วันนี้ตื่นตีห้าครับ กินข้าว จัดการตัวเอง (ผมก็แปรงฟันอย่างเดียวอีกแหละ แล้วก็ไปทานข้าวที่ร้านค้าซึ่งก็ร้านก็ขายของซ้ำๆ กัน ผมกินข้าวมันไก่ซึ่งก็พอกินได้เพราะมันหิว ซุปมีตัดตามสบายเลย แต่สุดท้ายผมก็เหลือ) เสร็จแล้วก็ออกเดินไปสนามยิงปืนซึ่งมันก็โคตรไกลเหมือนเคย…

คำแนะนำ: ข้าวมันไก่ กินแล้วปวดขี้ และไม่คุ้ม 30 บาท (ผมเดินออกมากิน ร้านข้างๆ มันขาย 25 TT)

ยิงปืน

การปฏิบัติของวันนี้คือ ชุดยิงที่ 1 รับปืน ชุดที่ 2 รับกระสุน ชุดที่ 3 รับหมวก ชุดที่ 4, 6… รับกระสุน (อันนี้ผมไม่แน่ใจ ขออภัยถ้าจำผิด) ผมชุดที่ 5 ก็รอดไป วิ่งไปรอสนามยิงปืนได้เลย

สำหรับการยิงด้วยกระสุนจริงนั้น ผู้ช่วยจะต้องกรอกกระสุนเข้าไปในซองกระสุนทีละนัดครับ โดยจะมีรอยนูนรูปกระสุนอยู่แล้วให้วางตามนั้นสลับซ้ายขวา กรอกไปต้องตบไปด้วยให้กระสุนเท่ากันไม่ติดขัด และการยิงในวันนี้นั้นไม่ต้องดึงคันรั้งแล้วครับ ถอดซองกระสุนออกได้เลย

การยิงแบ่งออกเป็นสามชุดครับ คือ ชุดแรก 7 นัด ยิงแล้วจะให้เราตรวจเพื่อปรับการยิง ไม่คิดคะแนนโดยต้องทำเครื่องหมายไว้ด้วยปากกา แล้วชุดที่สองกับสามมี 10, 15 นัดไม่มีการตรวจ

สำหรับผมแล้วเนื่องจากชุดแรกเจ็ดนัดผมต้องสาธิตการใส่กระสุนให้ผู้ช่วย ผมก็เลยใส่เองอย่างเร็วเลย ผลคือยิงนัดติดนัด ยิงออกได้จริงๆ น่าจะสัก 4 นัดซึ่งเข้าเป้าลงซ้ายล่างหมด ผมก็ยิงใหม่ offset ไปข้างบนขวา แต่ปืนไม่เป็นใจ ผมกดยิงนัดเดียวมันได้ burst สองนัดซะงั้น สุดท้ายยิงออกมาก็เข้าประมาณ 11 นัดครับ (ผมลืมนับ -_-‘)

คำแนะนำ: กระสุนใส่ช้าๆ ค่อยๆ ใส่ ถ้ามันติด คนซวยไม่ใช่ท่านแต่คือพลยิงที่เสียคะแนนฟรีๆ เพราะท่าน

ระหว่างยิง Earplug เผลอหลุดข้างนึงครับ (หรือผมลืมใส่ไม่รู้) ปืนข้างๆ ลั่นไปสองนัด หูผมวิ้งงงงขึ้นมาทันทีต้องรีบหยุดเอา Earplug ใส่ทันที

คำแนะนำ: Earplug ห้ามหลุดเด็ดขาด และอย่าพยายามลองไม่ใส่ Earplug

สำหรับกระสุนปืนที่ยิงแล้วต้องส่งคืนครับ (แต่ที่เสียไม่ส่งคืนแฮะ..) จะมีการจดชื่อคนที่กระสุนไม่ครบไว้ แต่ก็มีการเคลียร์กันก่อนด้วย คือใครที่ขาดเกิน 5 นัด ให้เอามาเทรวมแล้วลงขาด 32 นัดเลย ส่วนคนที่ขาดน้อยกว่านั้นก็แจกจากที่เทรวมไป ผมเป็นคนรวมผมก็ลงขาดชื่อผมว่าขาด 3 นัด (รวมแล้วกองพันผมขาด 32+32+3 นัด)

เมื่อยิง พัก เช็คยอดเสร็จแล้วก็เดินกลับกองพัน คราวนี้พวกที่ยิงไม่เสร็จก็มีครับ เราก็สบายใจไปกับร้านค้าและกองพัน อิอิ..

พักกลางวัน

กลางวันวันนี้ครูโรงเรียนผมมาเยี่ยมครับ ก็มีของแจกเป็นน้ำเปล่าซึ่งเป็นแรรไอเทมมาก (ไว้พาร์ทท้ายจะเขียนเรื่องของกินให้ละเอียดครับ) แล้วก็มีโดนัทโลตัสแจกด้วยแต่บางคนไม่ได้กินก็มี (ผมเดินออกไปเกือบหยิบถาดกินข้าวแล้วถึงพบว่ามีโดนัทแจก)

กินข้าวแล้วจะมีการแจกผ้าปูรองนอนครับ ซึ่งไม่ได้ให้ไปรองนอนแบบอันที่เอาไปเองนะครับ แต่เอาไว้กันฝนโดยผูกไว้กับเข็มขัดสนาม ซึ่งผลัดผมโชคดีไม่มีฝนตก ก็ไม่ได้ใช้ ระหว่างแจกนี่ล่ะครับเหมือนจะมีการตรวจผมแบบ Stealth (ผมไม่รู้นะว่าคนโดนโดนอะไรบ้าง)

10 สถานีทดสอบกำลังใจ

ทีนี้ตอนบ่ายก็จะมีการเข้าฐานแบบลูกเสือเรียกว่า 10 สถานีทดสอบกำลังใจ คือ กำแพง (ด้านหน้ามีพื้นลาดให้ปีนกำแพงสูงเท่าหัวแล้วปีนเชือกลง), หลังคาอกไก่ (เป็นสามเหลี่ยมให้วิ่งขึ้นแล้วซอยเท้าลง), กำแพงสูง 8 ฟุต (คนครึ่ง), กำแพงสูง 10 ฟุต (สองคน), ตาข่ายทหารราบ (เชือกเป็นตาข่ายให้ปีนขึ้นหอแล้วลงมา) และพื้นลาดผมไม่แน่ใจชื่อ อันที่เหลือจำไมไ่ด้ครับ -_- หรือไม่เห็นก็ไม่รู้

ทีนี้คนป่วย บังเอิญผมไม่ป่วย แต่คนป่วยมีไม่พอ เค้าก็ขออาสา ผมก็ลุกไปเลย ก็ให้ประจำฐานครับ ผมอยู่ที่ฐานหลังคาอกไก่ด้านหน้า การปฏิบัติก็คือพอเพื่อนมา (คนที่เล่นเล่นเป็นชุดและต้องเล่นทุกคนครับ) ก็ชี้แจงคือ สถานีหลังคาอกไก่ การปฏิบัติให้วิ่งขึ้นไปด้านบนแล้วกางแขน ซอยเท้าลงมาด้านล่างช้าๆ ห้ามกระโดด ห้ามจับหรือนั่งด้านบน ห้ามเอนตัวให้ทำตัวขนานกับพื้นตอนลงเพื่อไม่ให้ความเร็วขึ้น เวลาไป เห็นเพื่อนลงค่อยวิ่งไป

ก็มีคนกระโดดลงมาเหมือนกันสองสามคนครับ ผมยืนด้านหน้าฐานเลยไม่เห็นว่าเกิดอะไรตรงทางลงด้านหลัง แต่มันมีสองหลัง อีกหลังหนึ่งผมเห็นมีคนลงไปแล้วกลิ้งกุมเข่าเลย ฉะนั้นก็ปฏิบัติตามข้อบังคับด้วยนะคร๊าบบ

พอผ่านไปครบหนึ่งกองร้อย คราวนี้คนคุมฐานสบายเลยครับ นั่งคุยกันสบายๆ ครึ่งชั่วโมง ซื้อน้ำได้ด้วย แฮ่ แต่กลับทีหลังนิดนึงครับโดยพอชุดสุดท้ายผ่านฐานไปแล้วก็ให้เดินแถวไปรอฐานต่อไปเสร็จแล้วรับคนคุมแถวมาด้วยกันด้วย ไปถึงกองพันก็มีเวลากินข้าวอาบน้ำเหลือเฟือเลยครับ ผมอาบน้ำครั้งแรกก็รอบนี้นี่แหละ ขี้ด้วย

ในด้านเจ้าหน้าที่อีกกลุ่ม ผมได้ยินจากเพื่อนมาว่าบางคนก็โดนให้เอาเรียงความของทหารที่เค้าโดนสั่งมาไปสแปมแล้วรวมลิงก์ไปส่ง พวกนี้ดีตรงที่ได้นั่งหน้าคอมห้องแอร์ แต่เป็นผมผมยอมนั่งคุมฐานดีกว่าทำงานเหี้ยๆ แบบนั้นนะ

สำหรับข้าวเย็นในวันนี้นะครับ…

Image003

รสชาติไม่ได้เหี้ยแต่ก็ไม่ได้อลังครับ (ผมบอกตรงนี้เลยว่ามีอาหารที่นี่แค่มื้อเดียวที่ผมกินหมดทุกอย่างครับ ลองทายดูละกัน..)

อาบน้ำคราวนี้โดนเตือนมาในวันแรกแล้วครับว่าเสียงดัง ปรากฎว่าวันนี้เสียงดังเหมือนเดิม และเล่นจนน้ำหมดด้วย ผมเดินออกมาไม่ถึงสองนาที พวกที่เหลือข้างในโดนหมอบในห้องน้ำและวิ่งหน้าห้องน้ำ (ในชุดอาบน้ำ..)

กิจกรรมพิเศษ

กิจกรรมกลางคืนวันนี้จะเดินไปฝ่ายกิจกรรมพิเศษครับ มีการบรรยายแนะนำคือหน้าที่กองหนุน วิดีโอเฉลิมพระเกียรติ และอีกอันอะไรไม่รู้ผมหลับไปแล้ว (:P) ตรงนี้มี est ขายยามพักเช่นเคยครับ และที่เจ๋งมากคือเป็นที่เดียวที่เราจะได้นั่งเก้าอี้ฟังบรรยาย ซึ่งก็จะเป็นที่เดียวอีกที่ใช้ Projector 3 ตัวฉาย (ผมแอบเห็นไอคอนมีสัญญาณไวไฟด้วยแฮะ)

เนื้อหาบรรยายเรื่องหน้าที่กองหนุน ผมจดมาคร่าวๆ ก็คล้ายๆ กับที่มีเรียนในศูนย์ครับ ก็คือจบภาคสนามแล้วให้ติดตามผลที่โรงเรียนช่วงพฤษภา-มิถุนา รับหนังสือแสดงวิทยฐานะที่ศูนย์วิภาวดี (~มีนา 57) รับสด. 8 โดยใช้หนังสือตะกี้ และบัตรประจำตัว (ผมไม่แน่ใจว่าเค้าหมายถึงบัตรรด.​ หรือบัตรประชาชน) ประโยชน์ของสด. 8 คือใช้สมัครงานได้และอาจใช้ในการทำ Passport นอกจากนี้แล้วเราจะได้ยศเป็นสิบเอกอีกด้วย ซึ่งถ้าจบปริญญาตรีแล้วจะมีการจัดฝึกสามปีครั้ง ถ้าสนใจเข้ามาฝึกห้วงสั้นๆ (แต่ก็ยาว) ก็จะได้อัพยศ เช่น เป็นว่าที่ร้อยตรีโดยไม่ต้องผ่านปีห้า)

สำหรับคืนที่สอง ผมได้ข่าวมาว่าควรเอาของมาน้อยๆ เพราะพรุ่งนี้จะออกเดินแต่เช้า ปรากฎว่าที่กองพันจะมีถุงแจกให้ครับ ใครคิดว่าอีกสองวันจะไม่ใช้อะไร โยนไว้ในถุงเก็บในเต็นท์ได้เลย ฉะนั้นกระเป๋าก็เบาสบายไปเยอะ (ผมก็เอาของที่มันซ้ำๆ ออกล่ะครับ) นอกจากนี้ยังมีบริการซักชุด 35 บาทครับ ราคานี้รวมทั้งเสื้อและกางเกงเลย โดยเวลาเอาไปให้ผูกแขนเสื้อกับขากางเกงไว้จะได้ไม่หลงกัน เสื้อจะเอามาคืนและเก็บเงินเย็นวันที่ 4 (อ้อ มีตัวเดียวไม่อนุญาตให้ส่งซักนะครับ)

เหตุการณ์ในคืนนี้ก็มีเรื่องกันอีกแล้วครับ ซึ่งก็มาตกที่ร้อยผมเหมือนเดิม -_-‘ คือ มีก้นบุหรี่ตกหลังกองพัน เลยรวมทั้งกองพัน แต่ตัวก้นตกในโซน B คราวนี้ก็รวมทั้งกองพันหาตัวครับ แต่บุหรี่ก็ไม่มีใครรับ (กองพันผมไม่โดนค้นกระเป๋าด้วยครับ) ก็เลยโดนสั่งให้ถอดเสื้อแล้วนอนหงายยกขาทั้งกองพัน โรงเรียนข้างๆ ก็กดดันว่าให้โรงเรียนผมรับผิดชอบเพราะมันตกที่ร้อยที่มันมีแต่โรงเรียนผม สุดท้ายเลยยกออกไปกันทั้งกองร้อย โดนนอนหงายเต็มตัว (และนั่นคือเพิ่งอาบน้ำ..) พอปล่อยนอนแล้วก็ไปอาบน้ำไม่ได้นะครับ ทิชชู่เปียกช่วยชีวิตเลยตรงนี้

คืนนั้น เวรเกิดเรื่องยุ่งครับ ธงชั้นปีหาย ผมไม่แน่ใจว่าเวรโดนอะไรมั้ย แต่คืนแรก เวรห้องน้ำตอนเช้าหลับยาม ซวยครับ

คำแนะนำ: ทิชชู่เปียกช่วยท่านได้ ถ้าเป็นไปได้ พกติดตัวเลย

สรุปรวมยอดวันนี้ หมอบ 6 ตบหัว 1 นอนหงาย 1 (ไม่รวมรอบก่อนนอน)

วันที่สาม

วันนี้เราจะเดินเข้าป่าแต่เช้าครับ สำคัญคือไม่มีข้าวกินนะครับ ต้องกินที่โน่น ซึ่งเค้าจะเตือนเลยว่าห้ามไปร้านค้า ฉะนั้น

คำแนะนำ: ข้าวเย็นวันที่สองกินให้อิ่ม ร้านค้าใช้บริการเต็มที่แล้วลาขาดไปอีกวันครึ่ง

เวลาเดิน ไม่ได้เดินแค่กระเป๋านะครับ มีปืนไม้อีกกระบอกด้วยซึ่งต้องสะพายด้านขวา (ด้านขวาโหลดหนักเลย ทั้งปืน กระติกน้ำ กระเป๋า) ถ้าดูจากบล็อคปีก่อนจะเห็นว่าจะมีผ่านเขื่อนที่สร้างไม่เสร็จ ปีนี้เสร็จสวยงามมากครับ แต่ทางเข้าไปในป่าค่อนข้างลึกมาก น่าจะอ้อมด้วย ระหว่างทางเพื่อนจะไปขี้ไปฉี่กันข้างทางกันนี่แหละ พอถึงสถานี รางวัลของเราคือ…

Image004

(มีภาพหนึ่งที่ไม่ใช่จานผมเพราะผมตักไม่ครบ ผมฝากเพื่อนเอา คิดว่าน่าจะเป็นจานนี้แหละ // อ้อ ผมลืมบอกไปว่า ถาดข้าวต้องกินบนตักเท่านั้นครับ ห้ามวางกับพื้นไม่ว่าจะลุกไปทำอย่างอื่นก็ต้องถือ ไม่อย่างนั้นท่านจะซวย)

ภาคเช้า

กินข้าวแล้วก็ไปเรียนครับ มีการแบ่งเป็นสองสถานีคือการจัดรูปขบวน และการเคลื่อนที่ทางยุทธวิธี ผมโชคดีอีกที่ได้สถานีเคลื่อนที่ทางยุทธวิธี ซึ่งทั้งสองสถานีตอนเช้าต้องพรางหน้า แต่สถานีผมให้เพื่อนพรางและไม่ตรวจก็พรางกันเพลาๆ เพื่อนอีกฝั่งออกมานี่ดำเลย นอกไปจากนั้น ตอนนั้นมีการถ่ายหนังให้ผบ. ทบ. ดู เอาหัวหน้ากองพันไปเข้าตีแบบที่จะฝึกนี่แหละ ก็เลยเป็นว่าคนที่นั่งอยู่ก็นั่งฟังนั่งหลับไป อิอิ

“บดินทรสอง อยู่แถวไหนวะ”
“นวมินทร์ครับ”
“นวมินทร์นี่มันแถวไหน”
“บางกะปิครับ”
“บางกะปินี่มันตรงไหน”
“ลาดพร้าวครับ”
“ลาดพร้าวเท่าไร? แถวโชคชัย 4 มั้ย?”

สองชั่วโมงแล้วก็จะสลับเปลี่ยนไปอีกวิชาครับ วิชาจัดรูปขบวนก็เป็นการจัดหมู่ปืนเล็ก 11 คนแล้วก็วิ่งเข้าไปวนในป่ารอบนึง ถ้าใครยืมเสื้อมาแล้วเขียนตัวเลขข้างหลัง นั่นคือตำแหน่งในหมู่นั่นแหละครับ มาจากฐานนี้เลย ครูวิชานี้ชอบขู่ตัดทีละ 5 คะแนน แต่เอาจริงๆ ก็ไม่ได้ตัด

เมื่อเรียนจบแล้วก็จะเป็นพักกลางวันครับ อาหารกลางวันก็…

Image005

ไม่ต้องเดาแล้วล่ะครับว่าเมนูไหนที่ผมกินหมดในเขาชนไก่ มันคือนี่เลย ไข่พะโล้กับหมูยอทอด ขอแนะนำอย่างยิ่ง เสียดายที่มีหนเดียว

ภาคบ่าย

ทีนี้ในภาคบ่ายจะเป็นวิชาการกำบังซ่อนพรางครับ เค้าบอกว่าหลับได้แต่ห้ามก้ม ผมก็จัดให้ นอนหัวเขย่าๆ ทั้งชั่วโมง ไม่โดนเรียกด้วย แต่ตอนท้ายจะมีถาม ผมก็ตื่นเต็มที่เลย คำถามยิงมาแต่ละข้อนี่ตอบไม่ได้สักข้อ แต่เรียกไม่โดนผมเลย 555 (เช่นว่า การรายงานเวลาเจอข้าศึกมีอะไรบ้าง เฉลยติดอยู่หลังครูนั่นแหละครับ แต่ไกล มองไม่เห็น) ครูฝึกที่นี่บอกว่าบ่าย 2.30 เลิก ก็ปล่อยเลิกตามเวลาจริงๆ

ต่อมาเราจะไปเรียนรวมกันครับ ตอนนี้เครือข่ายผู้ปกครองโรงเรียนผมมาดูด้วย (มานั่งดูในห้องเลย) โดยจะเป็นวิชาเอาชีวิตรอดในป่า โดยครู เสา อินทรีย์ ซึ่งก็จะกล่าวถึงว่าอะไรที่เค้ากินไม่กินกัน เช่นว่า ถ้าหาน้ำ เถาวัลย์บางขนิดมีน้ำ ถ้าใสก็ใส่ปาก ถ้าแดงหรือขุ่นก็ทิ้ง แล้วก็มีตัวอย่าง Field ration ครับ ของทหารไทยผมจำไม่ได้ แต่ที่เด็ดคือมีตัวอย่างของทหารสิงค์โปรซึ่งมีแครกเกอร์ (ครูฝึกก็แจกให้ลองครับ เป็นรสช็อตโกแลต ผมได้ครึ่งอัน อร่อยพอใช้ได้ แต่ไม่ได้อลังมากเหมือนที่ขายตามห้าง ความเจ๋งของมันคือมันอร่อยกว่าข้าวกองพัน) มีชาผง ผลไม้ดอง ฯลฯ​ นอกจากนี้ผู้ปกครองก็มีเอากล้วยมาสองเครือ ก็แจกกันอีกครับ โยนแจกยังกับให้อาหารลิงเลย (ช่วงนี้มีแต่ของแจกครับ นั่งหน้าๆ นี่ล่ะได้)

พาร์ทที่สองของวิชานี้จะเป็นงูครับ เนื่องจากผมกลัวงูขึ้นสมองเลยถอดแว่นดู (คือมันมีคนกลัวออกนอกหน้าแล้วครูฝึกเลยชอบแหย่) ตัวแรกรู้สึกจะเป็น Green Viper ซึ่งครูจับหัวท้ายแล้วให้ตัวมันโค้งเป็นตัว U โยนแหย่นักเรียนเล่น (หัวหน้ากองร้อยโดนรัวๆ) มีงูชนิดที่เวลาแพ้จะแกล้งตาย ครูฝึกก็เล่นต่อยกับงูกันสักพักมันก็แกล้งตายจริงๆ

ไอ้ที่ฮาที่สุดคือเต้นกังนัมสไตล์ครับ นั่นคือครูถืองูแล้วเดินถอยหลังแล้วครูอีกคนเดินหน้าเข้าหา ประกอบกับเพลงกังนัมสไตล์ 55555

คำแนะนำ: ถ้าไม่กลัวงู นั่งหน้าๆ ครับ หน้าตรงที่ครูฝึกยืนนะ ตรงที่มีต้นไม้บังไม่นับ ของแจกเพียบ แต่ถ้ากลัวงูตรงนั้นล่ะได้กรี๊ดแน่ครับ

เสร็จจากตรงนี้จะเป็นการทำอาหารกินเองครับ โดยจะจัดเป็นหมู่ หมู่ละ 12 คน มีอาหารให้ซึ่งผมได้เป็นเครื่องต้มยำ มีพริกแกงด้วย มีหมูและไก่ น้ำปลาไปตักเอา (อาหารทุกมื้อเป็นไก่หมดครับ มีมื้อนี้แหละได้หมู) ส่วนอิสลามจะแยกเป็นหมวดพิเศษไปทำกันเอาเอง

การจุดไฟนั้นต้องไปหาฟืนมาครับ แต่เนื่องจากผลัดมันก็เยอะแล้ว ฟืนก็ไม่มี ก็เลยเก็บไปอีกคนละสิบบาทไปซื้อฟืนมาเลย ก็สะดวกไป การจุดไฟนั้นครูฝึกจะเดินมาใช้ไฟแช็กจุดแอลกฮอล์แข็ง (แบบที่ใส่ในปลานึ่งมะนาวตามร้านอาหารน่ะครับ) ให้ พอจุดแล้วก็ให้เอากิ่งเล็กๆ วางทับไปแต่ให้มีช่องลมผ่าน โปรยใบไม้แห้ง พอไฟเริ่มลุกค่อยใส่ไฟ ตัวหม้อให้ใส่ในลวดเหล็กแล้ววางบนไฟ

คำแนะนำ: ก่อนจุดไฟ ควรจะเอาไม้ทำความสะอาดหลุมเอาขี้เถ้าด้านล่างออกก่อน

หม้อจะมีหม้อข้าวที่ใส่ข้าวมาแล้วแต่ต้องเติมน้ำ ผลัดผมซวยตรงที่รถน้ำเสียต้องประหยัดน้ำ แต่ก็มีน้ำใช้กันทุกคน พอเติมน้ำถึงขีดแล้วก็ปิดฝาต้มจนมีไอ ต้มยำก็ใส่น้ำแล้วรอน้ำเดือด ใส่เครื่อง รอเดือด ใส่เนื้อ หมู่ผมหลายคนโปร จุดไฟเร็ว ทำอาหารเป็น ได้กินถึงจะจืดๆ (ใส่น้ำปลากันเท่าไรก็ไม่ได้รสอะไรเลยครับ) แต่ก็ไม่มีเนื้อไม่สุกเลย ข้าวผมหม้อนึงก็สวย อีกหม้อแฉะนิดแต่ก็กินได้โอเค แถมเพื่อนผมมันเทพครับ มันทำหมูผัดพริกแกงอีกต่างหาก แต่ตอนทำไฟเกือบมอดแล้ว ก็ยังดีที่ได้กินแบบสุกๆ อยู่ดี

Image006

(ภาพนี้ยังไม่ได้ลงหมูผัดพริกแกงครับ ต้มยำก็ยังไม่สุก)

ไม้ตีพริก
ไม้ตีพริก

คำแนะนำ: อันนี้น่าจะรู้ดีแล้ว แต่ตอนไปทำเองก็นึกให้ออกนะครับว่าสิ่งที่อยู่ตรงกลางจะสุกก่อน

สำหรับการทานนั้นเค้าให้ใช้ขันในกระติกน้ำครับ แต่กลุ่มผมตัดสินใจกันว่าจะใช้ลิ้นหม้อที่เค้าให้มา (ซึ่งไม่ได้ใช้เลยในการทำอาหารจริง) ก็โอเคใช้ได้เหมือนกัน ทานเสร็จแล้วต้องล้างครับ และเป็นครั้งเดียวที่จะมีการตรวจหม้อด้วย ล้างไม่สะอาดต้องล้างใหม่

ตอนนี้ทางโรงเรียนมีของมาแจกอีกแล้วครับเป็นน้ำ มีสปอนเซอร์กับน้ำอัดลม (ผมติดสปอนเซอร์ก็ขวดนั้นแหละขวดแรก) รู้สึกว่าจะเหลือแจกให้โรงเรียนอื่นๆ ด้วย (สวนฯ รังสิต ที่มาฝึกกับผม ครูเค้าก็มาทุกวันนะครับ แต่ใส่ชุดนอกมาและมาถ่ายรูปเฉยๆ ครูโรงเรียนผมนี่ใส่ชุดผู้กำกับมาทุกวันแล้วก็มีของแจก เปิดเรียนเมื่อไรผมอยากเอาของไปขอบคุณเค้าจริงๆ)

กลางคืน

ภาคกลางคืนนี้จะมีเรื่องบุคคลทำการรบกลางคืนครับ ซึ่งให้จัดแถวตอนเดินเข้าไปตามทาง มีสัญญาณมือคือตบพันท้ายสามครั้งให้หยุดหน่วย มีรหัสเข้าออกหน่วย มีการเช็คยอด ตามทางจะมืดและห้ามใช้ไฟฉายครับ ขณะเดียวกันมันจะมีหน่วยทหารที่เค้านอนเปิดไฟทำให้มันยิ่ง blinding เข้าไปใหญ่เลย แถมระหว่างทางยังจะมีเสียงระเบิดตูมๆ เป็นระยะๆ

กลับจากลาดตระเวนแล้วก็จะมีเรื่องกลุ่มดาวครับ ดาวที่นี่ตอนหัวค่ำไม่ค่อยเห็นเท่าไร แต่ดึกๆ นี่ตรึมครับ กลุ่มดาวที่มีสอนก็คือกลุ่มดาวค้างคาวกับจระเข้ ซึ่งเอาไว้หาดาวเหนือ (presentation น่าสนใจดีเหมือนกัน ต้องปิดไฟทั้งกองพันเรียน)

การนอนคืนนี้นั้นจะจัดได้ตามสบายครับ เต็นท์บางหลังพัง บางหลังไม่มีที่ปิดแถมมันต่อรวมกัน คืนนั้นผมเป็นเวร ซึ่งเวรจะจัดตามร้อย 1 คืนแรก, 2 คืนที่ 2-3, 3 คืนที่ 4 โดย C ประมาณ 60+ จะไม่โดนเวรครับ

คำแนะนำ: ถ้าอยู่ C (ร้อยสาม) ควรเลือกนอนเต็นท์ 60+

ทีนี้เวรผมคือ 00.00 – 01.00 (ปกติเวรที่กองพันจะสองชั่วโมง มีหลายจุด อันนี้จุดจะน้อยกว่าคือแค่ร้อยละสี่นาย หัวท้ายสอง) การลาดตระเวณก็คือเดินไปเจอกันครึ่งทางแล้วก็กลับ แต่เนื่องจากเวรดึกก็เลยนั่งคุยกันตรงป้ายที่พักนศท. ซะเลย (ก็ป้ายบอกให้พักอะ) พอหมดเวรก็ไปปลุกเวรต่อไปมาแนะนำการปฏิบัติให้มัน

ระหว่างเวรผมเห็นเต็นท์นึงต่อกันห้าหลังครับ มองเข้าไปนับได้ประมาณ 17 คนนอน -_-‘ บัดดี้ผมนอนเต็นท์ต่อกันสามหลัง น่าจะ 5p เป็นอย่างต่ำ แถมมันนอนกลางถนนด้วย และก็มีบางคนที่ไม่มีเต็นท์นอนไปนอนใต้ต้นไม้ ผมเป็นเวรผมยังตกใจว่าไปนอนกันได้ยังไงไม่มีหลังคาอะไรเลย (น่าจะเป็นสิบเลยนะ)

เช้าวันต่อมาผมถึงรู้เรื่องคืนนั้นหลังผมหลับก่อนเข้าเวรว่า มีคนไม่หลับคุยกันอยู่ โดนครูพังเต็นท์เลยต้องไปนอนข้างนอก และมีอีกเรื่องผมไม่แน่ใจ แต่คือหลังจากครูฝึกใช้วิธีถอดเสื้อไปแล้ว คืนนั้นจะทำโทษต่อเลยให้ถอดถึงกางเกงในเลย เช้ามืดวันต่อมาพวกที่โดนทำโทษโดนเรียกขึ้นเวทีต่อหน้าทั้งกองพัน หันหลังและถอดกางเกงในลงถึงครึ่งขา..

สรุปรวมวันนี้ผมโดนไป 3 หมอบ วิ่ง-หมอบอีก 1 ครั้ง ผมรู้สึกว่าคืนนั้นครูฝึกผมเริ่มแปลกๆ ไป เริ่มเล่ามุขตลก มุขคำผวน… แล้วอะไรๆ มันก็จะง่ายขึ้น

วันที่ 4

ฟิลลิ่งว่าจะกลับก็วันนี้ล่ะครับ แต่แน่นอนว่าต้องเจอจ่านรกซะก่อน ผลัดที่มันเดินสวนกันมาเมื่อวานซืนบอกว่าจ่านรกลา ครูฝึกก็บอกจ่านรกลา การเข้าที่นี่ก็ต้องเดินจากสถานีที่นอนเดิมไปที่นี่ครับ ซึ่งระยะทางก็พอสมควรแต่ไม่มากเท่าตอนมาเข้าป่า

คำแนะนำ: คืนที่ 3 อย่าเอาอะไรออกมามาก

ข้าวเช้าที่สถานี 33 ครับ

Image008

พอเริ่มฝึก คำถามที่จะเจอคือ ใครป่วย (วันที่ 3 ก็มีถาม คนป่วยวันนั้นให้นั่งฟังเฉยๆ) สำหรับวันนี้ผมตั้งใจแล้วว่าจะป่วย เลยเอาเวรเป็นข้ออ้างว่าปวดหัว เมื่อคืนเวรดึก (ซึ่งจริงๆ ทหารไม่เคยถามหรอกว่าป่วยอะไร มีแต่เพื่อนกันเองถาม)

พอลุกไปปุ๊บสักพักจ่าหมวดนรกมาเลยครับ (ครูที่สนามโดดร่มบอกว่าตั้งแต่แกเป็นหมวดโหดน้อยลง) ถามหาคนป่วยอีกทีซึ่งคราวนี้ไม่ได้ลุกไปแล้ว บอกเจ็บขาทำวิดพื้นไม่ได้ ก็เลยโดนกระต่ายขาเดียว แล้วคนป่วยก็โดนจ่านรกเล่นให้นอนหงายเอาขาไขว่ห้างไว้หลายพัก (ถึงขนาดมีคนกรน..) ก่อนที่จะโดนหมอและครูกองพันเรียกไปชี้แจงหน้าที่ (หลังจากนั้นคนป่วยไม่ได้เจอจ่านรกอีกแล้วครับ) ส่วนพวกปกติผมนอนฟังอยู่ก็ “พอได้ยินเสียงนกหวีด ให้มึงหมอบไปให้เร็วที่สุดที่ชีวิตนี้ทำได้” “กูนับถึงสิบ มึงไปถึงต้นไม้กลางสนาม คนหลังห้ามเกินแนวถนน”

สำหรับคนป่วยหน้าที่มีสองกลุ่มครับ แบ่งแยกกองกัน ต้องจัดหัวหน้าชุดด้วย พันผมป่วย 33 คน (จ่านรกบอกสวนกุหลายป่วยไป 93) หน้าที่ตอนแรกคือให้รวมกันไปล้างห้องน้ำ

สำหรับใครที่อ่านบล็อคพี่ @chakree30584 มาแล้วนะครับน่าจะเคยเห็นภาพห้องน้ำมาแล้ว ผมก็เลยไม่พลาด ถ่ายมาบ้าง

After
After

Before (ดูได้ครับ ไม่ทุเรศ) ส่วนถ้าห้องไหนตันก็.. อิชิตัน

มันเป็นมุขตลกกันในหมู่คนล้างส้วมว่าส้วมที่ผมลงรูปมันคือ Level 1 ครับ บางห้องนี่มี Level 5 จนถึงขั้นที่มีบอสแล้วมีเรียกลูกสมุน (แมลงวัน) ออกมาด้วย และมีสเตจใต้น้ำแบบห้องที่ตัน

คนป่วย (อย่าผวน)
คนป่วย (อย่าผวน)

ผมได้ยินมาว่ามีคนล้มตอนไปล้าง อันนี้ไม่เห็นเพิ่งมารู้ทีหลัง เลยไม่รู้เกิดอะไร (คืนนั้นครูถามคนป่วยว่าไอ้คนล้มมันทำไมล้ม มีคนตอบแทนให้ว่า “ลื่นน้ำว่าวครับ”)

ทีนี้ต่อมาเราก็แบ่งกันครับ กองนึงไปเก็บขยะก็จบ ส่วนผมอีกกองไปตั้งน้ำตั้งไฟเตรียมล้างจานไว้ เริ่มตั้งแต่หม้อ จากภารกิจนี้ผมจึงอยากจะบอกว่า

คำแนะนำ: ถ้าเคยเห็นน้ำในถังปูน นั่นแหละครับน้ำที่คุณล้างจาน

พอยกน้ำใส่หม้อเสร็จ (นานเอาการอยู่) ก็ไปหาฟืนมาต่อแล้วก็พัก ร้านตรงนี้มีขนมปังเนย ผมก็กินรองท้องไปอันกับสปอนเซอร์ แล้วก็โดนสั่งว่าฟืนไม่พอ ต้องไปเอามาอีก พอหาฟืนได้คราวนี้ก็ได้พักนั่งดูคนเล่นรอบเช้า โดยแบ่งฝั่งนึงตี ฝั่งนึงตั้งรับ (ตั้งหลับ) แล้วก็สลับกันตอนบ่าย

(ขออภัย โทรศัพท์ถ่ายได้แค่สิบวิ และคุณภาพระดับที่ดูแล้วไม่ได้ไรเลย)

มันจะมีเสียงระเบิดซึ่งวันที่สามก็น่าจะเคยได้ยินครับ ตรงนี้ดังมากและทำเราสั่นเลย มีปืนลูก blank มีควันเขียว ควันเทา (ไม่เทาแบบเผาขยะครับ เป็นขาวแต่มีดำแซมๆ ผมอธิบายไม่ถูก) และวิทยุสื่อสารทุกอย่างจะออกทางลำโพงที่รวมพลด้วย

พักกลางวันนี้ผู้ปกครอง-ผกท.​ มีของแจกเหมือนเดิมครับ เป็นน้ำเปล่ากับขนมถุง และมีขนม 4 ปี๊บและสุดท้ายมันไม่หมดด้วยถึงจะให้ทั้งกองพันทุกโรงเรียนช่วยกันกิน (ตอนรวมรับของแจกจ่านรกมาคุมครับ ผมเกือบโดนซวยไปกับพวกปกติแล้วเพราะคนป่วยก็ต้องไปรวม แต่จ่านรกไม่ทำอะไร คนที่สั่งหมอบกลายเป็น ผกท.)

เนื่องจากเวลาไม่พอ สุดท้ายแล้วกินข้าวหมดเวลาคนป่วยอย่างผมก็ไม่ได้กินครับ (ถ้าไปต่อก็ได้กินแหละ แต่ผมก็เห็นใจคนที่เค้า
ฝึกมาให้เค้ากินดีกว่า) ก็เลยไปกินหนมปังอีกรอบ

บ่าย

ในรอบบ่ายภารกิจก็เหมือนเดิมครับ ไปล้างส้วมให้ดีอีกรอบเผื่อตอนพักมันทำพัง (มีพลเพิ่มเติมป่วยจากตอนเช้ามาด้วย) แล้วก็เก็บขยะ แยกขยะ เอาขยะขนไปเทที่ทิ้งขยะ ซึ่งถ้ามันมีขวดอยู่ก็ต้องเอาไม้เขี่ยมา ผมก็ซนไปปืนเป็น spotter โดนหนามบาดเข้าให้

ผมไม่รู้หลุมอะไร มันอยู่หลังห้องน้ำ กลิ่นแย่มาก
ผมไม่รู้หลุมอะไร มันอยู่หลังห้องน้ำ กลิ่นแย่มาก

ทีนี้ก็มานั่งฟังครูฝึกเล่าครับ คำผวนบาน เรื่องสาระก็มีเยอะ แต่พอมันเริ่มกลับมาที่สนามรบจำลองแล้วก็โดนให้เงียบ พอไม่เงียบก็นอนหงายเลย ซึ่งไม่ใช่ทำโทษ แต่คือให้หลับไปเลยไม่มีใครว่า (พอมันตูมๆ กันก็ตื่นละครับ นอนไม่ได้)

ครูฝึกบอกว่า ไอ้ที่จ่านรกบอกว่า นับสิบให้คลานสูงไปถึงถนนเมื่อเช้าน่ะ พันเราน่ะโง่คลานไปไม่ถึง จริงๆ คือจ่าแกก็ยืนนับไม่ได้มองหรอก ครูคนอื่นก็ไม่ได้สนใจมีหมวดมันอยู่คนเดียว บางพันเค้าวิ่งไปเลยพอดูลาดเลาว่าแกมองก็หมอบ

ทีนี้ขากลับ คนป่วยโดนสั่งวิ่งไปเอากระเป๋ามา เราก็วิ่งกันซะหายป่วยเลยครับ 555 แต่ด้วยรถพยาบาลมันเล็กได้แค่แปดคน เค้าก็ถามว่าใครจะเดิน ตอนแรกผมก็จะเดินแหละ แต่ก็เปลี่ยนใจมานั่งรถเพราะส่วนมากจะนั่งกัน ครูก็กดดันให้ไปเดิน ก็ไปเดินกันจนเหลืออยู่แปดเก้าคน ครูก็เลยบอกว่าเอางี้ค่าน้ำมัน 20 เดี๋ยวเรียกรถให้สองคันไม่ต้องไปเดินแล้ว ทุกคนก็ยอมสิครับ แต่ก็โดน “เหมือน” ทำโทษนิดหน่อยให้ไอ้พวกปกติมันไม่รู้ว่าเรานั่งรถสบายกลับ (ถ้าผมไม่เขียนตรงนี้ผมเชื่อว่าถึงตอนนี้ก็ยังไม่รู้กันแน่ๆ 555) แล้วก็ขึ้นรถออกไปเลยขณะที่หมวดนรกยังยืนสรุปอยู่ 555 ถึงกองพันมีเวลาชั่วโมงนึงก่อนคนปกติมาครับ อาบน้ำกินข้าวกันสบายใจเลย เพื่อนที่มายังถามเลยว่าวินอาบน้ำเร็วจัง (วิวทางออกสวยมากครับ อยากถ่ายมามากเลย)

ไก่ในตำนาน
ไก่ในตำนาน

ผมไม่อยากแนะนำนะว่าควรจะป่วยจะได้นั่งรถกลับ สิ่งที่ผมพลาดคือผมได้ฟังนิดๆ หน่อยๆ ที่หมวดพูดสรุปเอาไว้ แกพูดได้ดีมากแต่ผมไม่ได้ฟังจนจบ ผมไม่ได้มีเสื้อเลอะๆ เป็นความทรงจำกลับบ้าน

ตอนนึงที่ผมได้ฟัง หมวดบอกว่า ที่เราฝึกร่วมกันเหนื่อยร่วมกัน มันเป็นความทรงจำ พอนึกถึงเขาชนไก่ ทุกคนจะพูดเหมือนกันว่านึกถึงจ่านรก นึกถึงสถานี 33 เป็นอันดับแรก ทุกท่าที่สอนไป มันมีความหมาย ได้ใช้ในสนามรบหมด จะหมอบ จะคลานสูงต่ำ (มีคนตะโกนแย้งว่าท่ากลิ้ง รถไปไกลแล้ว ผมไม่ได้ยินว่าเกิดอะไรกับท่ากลิ้งแต่ได้ยินไกลๆ มาประมาณว่าเป็นท่าดัดแปลงจากท่าอื่นเพื่อความปลอดภัย)

คืนนั้นผมใส่เสื้อหนาวนอนทั้งๆ ที่อากาศร้อน ผมรู้ว่ามันหนาวแน่ๆ ทุกคืนผ่านมาหนาวหมด ดึกๆ ผมต้องถอด เหงื่อเต็มตัว ปรากฎพอตีสองตีสามคราวนี้หนาวจับใจเลยครับต้องรีบเอามาใส่ แต่ใส่ก็ไม่เวิร์คเพราะเสื้อมันเก็บความเย็นไปแล้ว ยิ่งหนาวซะอีก ก่อนนอนมีการคัดเลือกดีเจไปจัดรายการตอนเช้า 2 คน (สรุปไปกันสามคน)

สรุปแล้ววันนี้ผมไม่ได้ฝึก ฉะนั้นผมโดนหมอบไป 4 ครั้งแค่นั้น ไม่มีท่าอื่น

วันที่ห้า

ก่อนจะเข้าเนื้อหาขอเล่าอันนี้ก่อนนะครับ ครูฝึกขอ fundraising ให้ภาคใต้ เค้าบอกว่าผลัดผมตามกำหนดเวลาอาจจะเป็นผลัดสุดท้าย ผมไม่รู้ว่าจะเจอมั้ย แต่ครูฝึกพูดได้กินใจมาก มีคนสปอยผมไว้แล้วว่าฟังแล้วราตรีสวัสดิ์จะมีความหมายมากขึ้น ขณะที่ฟังอยู่ผมนึกถึงเสียงเปียโนของเพลงนั้นก็น้ำตาซึมแล้ว

เขาชนไก่

วันนี้สติแตกครับ มันคือฟีลลิ่งที่ว่าจะกลับแล้ว เช้าเราตื่นตีสี่จัดแถวชุดครึ่งท่อนไปเดินขึ้นเขาชนไก่ (โดยไม่ได้กินข้าว) ซึ่งไม่ไปก็ได้ครับ ทางขึ้นเขามีหลายช่วงชัน ช่วงมากๆ นี่ยาวพอสมควรเป็นมุมแทบจะ 45˚ เลย นั่งพักไปเดินไปก็ได้ไม่มีใครว่า แต่ถ้าช้ามากอาจจะช้าจนข้างบนลงมาแล้วก็ต้องลงเลย ข้างบนก็ฟังบรรยาย ไหว้พระ กลับครับ -_-‘ (หรือผมไปช้าไม่รู้ แต่มันมีหมาข้างบนด้วยนะ)

คำแนะนำ: ถ้าคุณสอบเทสร่างกาย (ของปีล่าสุด ไม่ใช่ตอนสมัครนะ) แล้วเกือบตก หรือมีอาการท่าไม่ดีตอนสอบเสร็จ ไม่ต้องขึ้นครับ มันโหดจริงและไม่คุ้ม แต่อย่างผมที่สอบวิ่งผ่านด้วยเวลาเหลือไม่กี่วินาที และออกไปด้วยสภาพเกือบตายหน้ามืดก็ยังไปถึงได้ถ้านั่งพักพอสมควร แค่อย่างนั่งนานแล้วกัน

ลงมาข้างล่างมีน้ำขายครับ แต่มีแต่ est ทั้งฟ้า เขียว แดง แล้วก็เดินกลับกองพันกินข้าว (ไอ้พวกไปเข้าป่าก็เจอกันตอนนี้ล่ะครับ ใครไปผมฝากบอกมันว่าสนุกมาก เผื่อจะลบตำนานมึงตายๆ ไปได้)

โดดหอ

กิจกรรมต่อมาคือโดดหอครับ อันนี้ต้องใส่เครื่องแบบไป แต่กระติกน้ำวาง หอโดดไม่ไกล ไปถึงแปดโมงเช้าพอดี จะมีอธิบายการโดดนิดหน่อยแล้วก็ให้โดด ซึ่งถ้าไม่โดดต้องไปเล่นสะพานเชือก 2-3 เส้น (เส้นเดียวมีถ้าใจถึง)

ข้อเสียฐานนี้ที่ผมไม่ชอบคือครูฝึกโหดเหมือนสนามยิงปืนเลย สามวันที่ผ่านมาผมไม่เจอใครโหดแบบนี้อีกแล้วนะ การขึ้นหอจะมีพิธีรีตองอะไรพอสมควรครับ เช่นวิ่งขึ้นไปจะขึ้นก็ต้องเอี้ยขึ้นไป เดินไปเฉยๆ ไม่ได้

เวลาโดด เชือกมีสองด้านของหอ ด้านละสามเส้นครับ จากขวาไปซ้ายของแถวจะได้ R1, R2, R3, L1, L2, L3 อยากได้เส้นไหนก็เลือกเอา (1 จะติดหอ 3 จะห่าง) ผมโดน R2 ไป เวลาโดดจะมีสายเชือกมาให้เราจับแต่ห้ามสาวครับ ซึ่งตัวสายนี้มีแรงดึงพอสมควรก็ต้องจับไว้ (ผมไม่แน่ใจในแรงเลยสุดท้ายต้องใช้เท้ายันผนังไว้ คนปกติไม่ทำกัน) แล้วก็ต้องรอคนแรกโดดก่อน (ซึ่งผมก็โดนเชือกลากไปเกือบลงไปแล้ว) พอคนแรกโดด ถึงตาผมโดดผมก็อ่านข้างล่างว่าให้โดดให้ไกล ผมก็ย่อตัวเตรียมโดด ครูบอกอย่าย่อ ผมก็อะไม่ย่อ แล้วมันจะโดดยังไงฟะ ครูฝึกเห็นท่าไม่ดี ผลักหลังเบาๆ

ตอนเป็นคนป่วยเมื่อวันที่ 4 ครูฝึกเล่าว่า โดดหอ มันจะเสียวที่สุดตอนปล่อย และมันตอนร่อน และป้ายที่หอมันเขียนว่า อันตรายเมื่อเท้าไม่แตะพื้น

…..

หลังผมโดนผลักผมไม่รู้ตัวว่าเกิดอะไรขึ้นถึงผมจะลืมตาอยู่ รู้ตัวอีกทีผมอยู่ห่างจากหอไปได้หนึ่งเมตรแล้ว

…..

เชือกยังไม่ตึง มือผมยังจับตามตำแหน่งที่กำหนดไว้ให้อยู่

…..

ผ่านไปสองวินาที ผมรู้สึกมันแสนนาน เชือกรัดตึง ผมหมุน หลังจากนั้นคือร่อน ข้างล่างตะโกน “งอขา!!”

…..

ผมพยายามงอขา ผมไม่แน่ใจว่างอขนาดไหน ไหนข้างบนห้ามงอ

…..

เชือกไหลลงไปสุดที่เชือกกั้นฝั่งตรงข้าม เด้งกลับช้าๆ แต่ทำผมตกใจ เชือกไหลกลับไปสุดระยะแนวราง เพื่อนด้านล่างจับขาผมพาลากไปถึงหอ ผมตัวสั่นจนเพื่อนบอกใจเย็นๆ

ผมปีนลงมา เพื่อนที่แนวด้านหน้าบอกว่าให้เอาเชือกไว้ไหล่แล้ววิ่งไป

ผมออกวิ่งไปเต็มกำลัง เชือกไม่มีแรงต้าน วิ่งสบาย

ภายในเวลาไม่ถึงวินาที เชือกตึง ดึงผมถอยหลัง และ

ตู้ม!!!

ผมล้มตูดลงไปนั่งกับพื้น ผมรีบลุกขึ้นมาวิ่งเอาเชือกไปคืน เชือกหนักกว่าที่คิดเยอะ วิ่งไปถึงแนวฝั่งตรงข้ามเพื่อนต้องรีบมาเอาไป

ถึงตอนที่ผมนั่งบล็อคตอนนี้ยังปวดตูดอยู่เลย

พิธีปิด

โดดเสร็จแล้วก็ข้าวกลางวันครับ

Image019

หอยจ๊อ (หรืออะไรจ๊อ) อร่อยใช้ได้ครับ แกงส้มน้ำโอเคนะ

ผมเสียดายมาก ผมกินข้าวลุกไปลืมหมวก หมวกที่มันร่วมกับผมฝึกมาตลอดสามปีและภาคสนามสี่วัน เพื่อนให้หมวกผมมาที่เก็บได้ ผมไม่รู้ของใคร แต่ผมก็ิคิดว่ามันก็คงผ่านเส้นทางสามปีและอีกสี่วันของมันมาไม่ต่างกับของผม เผลอๆ อาจจะมากกว่าเพราะหมวกผมไม่ได้ผ่านสถานี 33

คำแนะนำ: ใช้น้ำในกระติกให้หมด

ขากลับรถจะจัดคันละ 52 ตามหมวดครับ บังเอิญพันผมโรงเรียนสวนฯ รังสิตกลับรถเองก็เลยรถแอร์เหลือสองคัน วิธีจัดก็คือคนในแต่ละหมวดที่เกิน 52 รถแอร์ ฉะนั้น

คำแนะนำ: นั่งข้างหลังตอนจัดแถววันที่ห้า อาจได้รถแอร์กลับ

ขึ้นรถแล้วกฎยังเหมือนเดิมนะครับ ห้ามยกหน้าต่างขึ้น และเราจะได้ลงที่หน้าลานร. 6 ทำพิธีปิดประมาณ 10 นาทีก่อนจะได้ออก (เลิกพิธีนี่ทั้งชายทั้งหญิงทุกปีเฮกันวิ่งออกเลยครับ) ตอนออกรถก็ยิงยาวครับไม่มีจอดยกเว้นอุบัติเหตุตามทาง

รถจะมาส่งที่สวนเจ้าเชตุครับ หรือจะมีลงก่อนระหว่างทางก็ได้แถวๆ นครปฐม เช่นที่มหิดลศาลายา ที่พุทธมนทล (มีสี่ที่ที่เค้าจะแจ้งเรามาและต้องแจ้งเค้าว่าจะลงก่อนเค้าจัดรถให้) ปีสี่หญิงจะนำทำพิธีที่หน้าพระบรมรูปร. 6 ก่อน แล้วจึงปล่อยกลับ มีกฎทั่วไปของรด. เช่นแต่งกายเรียบร้อย สวมหมวก ไม่จับกลุ่มกัน โรงเรียนผมมีรถเมลรับกลับ เรื่องในรถเล่าใน Twitter ไปพอสมควรแล้ว ไม่เอามาเขียนใหม่แล้วกัน

วันสุดท้ายหมอบ 2 เรียกแถวชิด 3 ฉะนั้นรวม​ (ไม่นับพิเศษบางท่าแล้ว) หมอบ 24 นอนหงาย 3 ตบหัว 2 ลุกนั่ง 10

คำแนะนำ​​

  • ห้องน้ำที่อุทยาน เข้าได้ครับ มีสายฉีดตูดด้วย แต่เวลาน้อยคนเยอะ สภาพโอเคหน่อย ขอแนะนำ ที่กองพันถ้าจะเข้าอย่าลืมทิชชู่แห้งครับ
  • ผ้าปิดปากปกติเวลาเรียนอยู่ห้ามใช้ครับ เวลาฟรี เช่น เดินแถว จะใส่ก็ได้ไม่ใส่ก็ได้ ที่นี่ฝุ่นเยอะจริง แต่ผมจามน้อยกว่าที่บ้านผมอีก (ถ้าจำไม่ผิดห้าวันนี้ผมจามไม่เกินสองครั้ง)
  • ผมไม่มองว่าห้าวัน ผมมองว่ามันคือ 4 คืน แล้วอะไรๆ มันจะสนุกขึ้นครับ ผ่านแปดโมงเช้าไปวันนึงก็คือผ่านไป 25% แล้ว ไวดีนะ
  • คืนแรกนอนไม่ค่อยหลับครับ คืนสุดท้ายนี่แทบเหมือนได้กลับบ้านแล้ว หลับสนิทเลย (แต่แปลกนะ ผมนอนในป่าแล้วหลับสนิทจนถึงเวลาเวรเลย)
  • ฝึกโหดคือวันแรกครับ นอกนั้นก็จะเบาๆ ความโหดลงมาเหลือแค่ขู่ ยกเว้นบางสถานี
  • น้ำในกระติกประโยชน์นึงคือแปรงฟันได้เลยไม่ต้องไปห้องน้ำ ผมใช้ตอนเช้าวันที่ 4, 5
  • วันกลับห้ามใช้ถุงหิ้วนะครับ ต้องใส่กลับให้หมด อะไรไม่หมด บริจาคได้

สรุปจากข้างบน:

  • Earplug สวนเจ้าเชตุ อย่าซื้อ ซื้อที่สนามยิงปืนได้เลย
  • อุปกรณ์ที่บอกให้ติดตัวก่อนขึ้นรถ โดยเฉพาะช้อน ติดตัวเถอะครับ และทุกวัน โดยเฉพาะช้อนสำคัญมาก
  • จับคู่นอนให้จับเฉพาะในกองร้อย ถ้าให้ดีในหมวด (ปกติก็ตามที่เรียนในศูนย์นั่นล่ะครับ) ไปตกลงกับเพื่อนสนิทไว้อย่างดีระวังจะต้องมาเปลี่ยนทีหลังครับ
  • ควรเลือก C60+ ถ้าอยู่หมวด C
  • ข้าวมันไก่อย่ากินเลย
  • กระสุนปืนใส่ช้าๆ เห็นใจพลยิงด้วย
  • Earplug อย่าท้าทาย และระวังหลุด ผมเห็นบางคนใส่ตลอดเวลายิงไม่ถอดเลย
  • ห้ามลืมทิชชู่เปียก
  • วันที่สองตอนเย็นใช้ให้เต็มที่ กินข้าวให้อิ่มๆ รวมถึงวันที่สี่ด้วย
  • วันที่สามวิชาเอาชีวิตรอดในป่า ถ้าอยากได้ของแจกนั่งหน้าด้านที่โล่ง แต่ถ้าไม่อยากรับแจกงู ถอย!
  • ทำอาหาร ก่อนจุดไฟเอาขี้เถ้าเดิมออกก่อน
  • ทำอาหารตรงกลางจะสุกก่อน
  • วันที่สามกลางคืนอย่าเอาของออกมาเยอะ
  • วันที่ห้าถ้าเทสร่างกายมาไม่ 100% จริงๆ ไม่ควรขึ้น ไม่คุ้มด้วยเพราะไม่มีอะไร
  • วันกลับน้ำในกระติกเอาให้หมดจะได้ไม่ต้องแบก
  • วันกลับไม่รับประกัน แต่นั่งหลังๆ ของหมวดอาจจะได้รถแอร์

สิ่งที่ควรรู้ก่อนมาเขาชนไก่

หลายคำถาม ผมอ่านของคนอื่นแล้วไม่เคลียร์ บางคำถามทำผมกังวล ฉะนั้นยกมาตอบเอง ผมเชื่อว่ามีหลายคนน่าจะสงสัยแบบผม

อะไรไม่ได้ใช้ อะไรควรเอาไป

จาก List ข้างบนผมนะครับ

  • สายรัดเท้า ผมเก็บตั้งแต่คืนสอง ไม่มีใครว่า
  • เข็มขัดรองเท้าไม่เงาก็ไม่มีใครว่าและมันจะไม่เงา ยาขัดเก็บได้เลย
  • ชุดล่าสังหาร (เสื้อรด. แขนยาว) ไม่ได้ใช้เลย
  • ทิชชู่เปียก เป็นไปได้เอาแบบห่อเถอะครับ ของ Watson มันเป็นกระปุกกลม พกติดตัวไม่ได้
  • ทิชชู่แห้ง ผมพลาด เอาไว้เช็ดเวลาขี้ แต่ปัญหาคือ มันไม่มีถังรอง ทิ้งตรงไหนไม่รู้สิ แบกออกมาเรอะ
  • ถุงนอน อยู่กองพันผมเอาถุงนอนหนุนหัว แต่คืนที่นอนในป่า ผมขี้เกียจเก็บ ผมเอากระเป๋าหนุนหัว นอนได้เหมือนกัน หลับสบายด้วย (อันนี้ไม่รู้เพราะผมนอนทับถุงนอนพอดีหรือเปล่า ลองซ้อมก่อนก็ดี) ที่สำคัญคือถุงนอนเป็นตัวปัญหาหลายคนเวลากลับ หลุดแล้วหลุดอีก
  • ไฟฉายเอาสว่างๆ หน่อยก็ดี และควรจะเล็กพอที่ติดหลังคาเต็นท์ได้ อันประมาณสองเท่าของปากกาไวท์บอร์ดน่ะครับกำลังดี
  • กางเกงขาสั้นใช้ตัวเดียวถ้าไม่อาบคืนแรก เพราะตากไว้กว่าจะกลับมาเป็นวัน
  • ปากกามีแจก
  • สมุดมีแจก ไม่ต้องเอาไปเอง (แต่อันนี้ผมไม่รู้นะว่ากองพันอื่นเค้ามีปากกาสมุดหรือเปล่า มีก็ดี แต่เอาเล็กๆ นะครับ เล่มเท่าสมุดธงชาติพอ ไม่ต้องเอาเล่มเท่าสมุดเรียนไป)
  • บัตรประจำตัว ไม่ได้ใช้เลย

ทิชชู่เปียก work มั้ย

มันเจ๋งมากครับ เช็คหลังตอนโดนหมอบนี่เวิร์ค พรางหน้ามาทั้งวันเอาเช็ดออกก็เช็ดได้ (แต่ใช้หลายผืนหน่อย) เหลือเช็ดขี้ที่ยังไม่ลอง ตอนไม่อาบน้ำเอาไปเช็ดหน้าก็โอเคดี

edit: มีรุ่นพี่บอกว่าเช็ดขี้แล้วฟินครับ

กางเกงในใช้แล้วทิ้ง work มั้ย

ผมใส่กางเกงในใช้แล้วทิ้งโดดหอครับ ตอนใส่ดูบางมากจนอยากจะแกะอีกตัวมา แต่ก็พบว่าโดดหอสบายไม่มีปัญหาอะไรเลย

โดดหอรัดไข่มั้ย เสียวมั้ย

ตอนวิ่งมันตีไข่ครับ ตอนโดดลงมาสบายมาก ตอนโดดผมไม่เสียวเลยนะแต่เหมือนไม่รู้สึกตัวเป็นระยะๆ ตอนเชือกยังไม่ร่อน -_-‘ หอ 34 ฟุต ด้านล่างมันดูเตี้ยนะครับ แต่ข้างบนเนี่ย เท่ายอดไม้หรือตึกประมาณสี่ชั้น

ค่าโดด 50 ไม่โดด หรือโดดก็ต้องจ่ายครับ ได้ประกาศกับปีกทุกคน

ฝุ่น

อย่างที่บอกไปครับ ฝุ่นเยอะ มีทุกที่ ไปแรกๆ เราจะถามว่ามันนั่งได้หรอวะมีแต่ฝุ่น แต่ไปถึงวันที่สี่ล่ะครับ ให้นอนกลางฝุ่นไม่ต้องรองนอนยังนอนได้เลย

แต่ละที่ฝุ่นแตกต่างกันครับ ที่กองพันฝุ่นจะเป็นคล้ายๆ ทรายละเอียด เช็ดออกก็หมด ที่นอนฝุ่นจะน้อยกว่าที่รวมพลหน่อย ในป่าเป็นดินแข็ง ฝุ่นน้อยมาก แต่ถ้าฝนตกก็ตัวใครตัวมัน ส่วนที่ 33 เป็นดินแดง ฝึกออกมานี่แดงกันทั้งนั้นล่ะครับ ใครป่วยไม่ป่วยดูเครื่องแบบรู้เลย

ผมไม่มีปัญหาท้องเสีย น้ำมูกไหล จามกับฝุ่นที่นี่นะ แต่ผมจามที่บ้าน บางทีฝุ่นเยอะมากน้ำมูกไหล มันคงคนละแบบกันกับฝุ่นในบ้าน

เวลาส่วนตัว

วันแรกเวลาน้อยครับ วันที่เหลือตอนเย็นจะมีเวลาพอสมควรแต่ก็ควรจะรีบๆ ทหารชอบประกาศเวลาผิดไปผิดมา ส่วนตัวผมถือว่าถ้าเวลาต่ำกว่า 20 นาทีแล้วไม่ปลอดภัยต้องรีบ (ถึงประกาศผิดเนี่ย แต่ถ้เห็นกำหนดการและดูเวลาแล้วตรงเวลามากเลยนะครับ)

สำคัญคืออย่ารอเพื่อน รอได้นาทีสองนาทีแล้วก็ควรจะไปได้แล้วไม่งั้นจะพากันช้าแน่นอน เพราะเดี๋ยวเพื่อนจะเอาโน้นเอานี้ คิวล้างถาดนี่ยาวนะครับถ้าจะกินข้าวหลวง

ยุง

ผมเห็นยุงสามตัวในเต็นท์ก่อนนอนคืนสุดท้าย ผมไม่ได้ตบ ผมไม่ได้ใช้ยากันยุง ผมใส่เสื้อหนาวนอน ผมตื่นมาไม่คันไม่อะไรทั้งนั้น

ที่เหลืออีกสามคืนก็เช่นกันครับ แม้แต่ในป่าผมปิดเต็นท์นอนไม่ใช้ยากันยุงไม่มีปัญหา เพื่อนนอนกลางแจ้งก็ไม่มีปัญหา ถ้าจะเซฟๆ ก็ทาก็ได้ (ผมไม่รู้นะว่ามันมีคนฉีดไล่แล้วมันเลย AoE ถึงเต็นท์ผมด้วยหรือเปล่า แต่ไม่มีกลิ่น)

ร้านค้า

ร้านยกไปจากศูนย์ใหญ่ครับ เมนูคล้ายๆ กันหมดแหละ มีร้านน้ำซึ่งซื้อแล้วเปิดขวดเอง (ศูนย์ใหญ่ฝั่งนึงจะต้องให้เค้าเปิดให้) สปอนเซอร์มีแบบกระป๋อง (ถ้าร้านในสนามบางจุดจะเป็นสปอนเซอร์ขวดแก้ว) น้ำเปล่ามีขายรู้สึกจะเป็นเนปจูนแต่ขายดีมาก หมดเสมอ ผมไม่เคยซื้อเลย (แต่ก็ไม่ค่อยได้ตั้งใจไปร้าน)

ถ้าไม่คิดกินข้าวกองพัน ไม่มีทางครับ ยังไงคุณโดนแน่นอน ร้านค้ามีให้แค่บางวัน ช้อนส้อมร้านค้ามีบริการให้ครับ

น้ำ

น้ำดื่มกลิ่นรสคลอรีนเลยครับ บวกกับกระติกใหม่ด้วย เพื่อนบางคนทำใจกว่าจะกินได้ ผมนี่โชคดีคือน้ำกรองบ้านผมมันเหี้ยมากจนถ้าไม่แช่เย็นมันก็ได้ประมาณ 50% ของน้ำนี้แล้ว

เพื่อนบางคนบอกว่าเคยเห็นตะไคร่ในถังด้วย อันนี้ผมไม่รู้ แต่ผมกินน้ำมันได้โอเคไม่มีปัญหา

อาหาร

ตามรูปข้างบนครับ รสชาติคือกินได้แต่ไม่ได้หรูเหมือนร้านอาหาร (ยกเว้นไข่พะโล้อย่างที่เห็น)

เติมได้ไม่อั้นถ้ามันยังเหลือ ทหารตักให้บ้าง เพื่อนตักบ้าง ตักเองบ้าง สั่งได้จะเอาเยอะน้อย เหลือได้ตามสบาย ถาดมันมันๆ บ้าง ทนๆ ไปเถอะ

ทุกเย็นมีขนมหวานครับ ผมเจอคือถั่วเขียวต้มน้ำตาลกับถั่วแดง​ (และพบว่าขนมหวานมีแค่สองถังจากปกติกับมีสี่ถัง แต่ไม่มีคนตัก หลายทีผมเลยกินขนมหวานอย่างเดียวเป็นข้าวเย็น)

ผมเชื่อว่าช้อนล้างไปก็ไม่สะอาดเท่าไร บางทีผมเอาน้ำกินล้างก่อนด้วย (ห้ามล้างช้อนที่ถังน้ำกินนะครับไม่งั้นซวยนะ เอาใส่กระติกมา เดินไปให้พ้นๆ แล้วค่อยใช้)

ที่พัก

ที่กองพันโอเคครับ ลาดเอียงนิดๆ แต่เรียบ ฝุ่นน้อย ปูผ้ารองนอนวางก็นอนได้ คืนที่สองผมแทบคิดว่ามันเป็นบ้านแล้วล่ะ

ส่วนในป่าพื้นไม่เรียบครับ แข็ง (ถ้าฝนไม่ตกนะ) แต่ผมก็นอนสบายเหมือนกัน อันนี้แล้วแต่คน

ห้องน้ำ

ตามสถานีอย่าหวังครับ ในกองพัน ถ้าในคนกองพันไม่ได้ชั่ว ห้องที่มันใช้การได้อยู่มันก็ใช้ได้ตลอดล่ะครับ บางทีมันไม่ราดก็เข้าไปราดก็ใช้ต่อได้ ปัญหาที่มักเจอคือไม่มีขันกับไม่มีน้ำ ฉะนั้นควรเอาขันไปด้วย แล้วก็ดูก่อนว่าน้ำราดมีมั้ย โดยเฉพาะตอนอาบน้ำเปิดก๊อกอื่นน้ำจะไม่ไหล

ในป่าห้องน้ำเหี้ยมาก ผมได้ยินว่ามีประเภทขี้แล้ววางก้นไม่ตรงคอห่านด้วย ถ้าปวดเบาเข้าข้างทางได้เลยครับ ปวดหนักนี่ขอร้องว่าถึงทำได้ก็อย่า คนต่อไปมาถึงไม่เห็นแต่ก็เหม็น

รอบกองไฟ

ไม่มีกิจกรรมของนักศึกษาครับ และกิจกรรมที่เหลือหหารจัดมาหลายผลัดหลายปีแล้ว มืออาชีพกว่าค่ายลูกเสืออย่างมากครับ ยิ่งอยู่ๆ ไปจะเห็นเลยว่าความเป็นมืออาชีพคนละระดับ ที่สำคัญคือนอนเร็วด้วย ยกเว้นแต่นอนช้าแล้วซวยนี่จะไม่ได้นอน

ผี

ไม่มีอะไรเลยครับ กลางคืนผมเดินป่ามองต้นไม้เป็นครูฝึกกับนศท ทั้งนั้นแหละ (จ้องดีๆ อ้าว ต้นไม้) นักรบโบราณอะไรนี่ไม่ได้เจออะไรทั้งนั้น เสียงกลางคืนก่อนนอนก็มีแต่เสียงระเบิด (มาจากสถานี 32 คืนที่สามที่เดินป่ากลางคืนน่ะครับ)

เขาชนไก่ มีไก่มั้ย

มีทุกมื้อครับ

สุขภาพ

หน้ามันทุกวันครับ น้ำล้างหน้าผมพบว่าล้างแล้วมันก็ยังมันถึงจะเอาสบู่ (yes สบู่) ล้าง

ใน 240 บาทที่จ่ายจะมีผ้าพันคอให้ครับ เอาไปทำไรก็ได้ ปกติก็จะพันคอไว้ แต่จะเอาไปปิดปากก็ได้ ตอนยิงปืนจะให้โพกหัว เพื่อนผมมันซิปแตกมันเอาไปปิดส่วนล่างก็ได้ ส่วนผ้าปิดปาก ปกติจะไม่ให้ใช้ในสถานียกเว้นแต่ตอนฟรี เช่น เดินแถว หรือว่าทำอาหาร ใส่ได้

ที่นั่นมีขี้มูกตลอดเวลาและจะเป็นก้อนเล็กๆ สีดำครับ ขี้หูก็จะเป็นก้อนละเอียดสีเข้มๆ หน่อย นิ้วจะดำตรงซอกเล็บตลอดเวลา

“บทเรียนนี้ไม่มีสอน ต้องผ่านพ้นความทุกข์ร้อนเท่านั้นถึงเข้าใจได้”