Capsule Event 14

ครั้งแรกในชีวิต กับโลกโอตาคุ…

ไม่แน่ใจว่าจำกัดความคำว่าอนิเมะว่ายังไงนะครับ แต่สำหรับผมแล้วไม่ค่อยอยากจะนับอนิเมะตามทีวีเพราะไม่อย่างนั้นใครๆ ก็เคยดูทั้งนั้นแหละ… เอาเป็นว่าเรื่องแรกที่พาผมเข้ามาในโลกนี้คือ Ore no Imouto ga Konnai Kawaii Wake ga Nai หรือชื่อไทยว่า น้องสาวของฉันไม่มีทางจะน่ารักขนาดนี้ โดย @ihearNoth โหลดใส่ notebook ผมไว้ กลับมาเลยเปิดดูซะเลยแล้วก็ติดใจ เนื่องจากว่ามันเป็นแนวเสียดสีซึ่งบังเอิญถ้าเปลี่ยนบาง keyword เป็น keyword เกี่ยวกับติ่งมันจะได้น้องผมพอดี เลยยิ่งสะใจ.. (ตอนเปิดดูน้องนั่งข้างๆ ด้วยแหละ ถ้าน้องยังไม่ลงมาก็ยังไม่เปิด ^^)

ทีนี้ต่อมาหลังจากเรื่องนั้นแล้วเหมือนจะพยายามหาเรื่องอื่นมาดูแต่ไม่ชอบ ก็เลยเลิกดูไป จนมาถึงซีซั่นนี้ผมเปิดเซิร์ฟ Minecraft แล้วทุก world ต้องมีรูปคิวเบย์อยู่ ผมก็สงสัยว่าไอ้คิวเบย์มันคืออะไรวะ ได้ยินมาแค่ว่าน่ากระทืบ จนมาเจอว่ามันมาจากมาโดกะ มาจิก้า (ผมอ่านตามชื่ออังกฤษเอานะครับ) ก็เลยไปลองหามาดู ตอนนั้นบังเอิญช่วงสอบกลางภาคพอดีด้วยยิ่งมีเวลาดูมากขึ้น และก็ติดใจว่าเออ มันไม่ใช่แค่เรื่องไร้สาระแต่ดูแล้วมันมีสาระให้คิดเยอะนะ (หลังจากคบกับชาวการ์ตูนแล้วผมยิ่งเข้าใจว่าแต่ละตัวมันมีความคิดของมันที่ล้ำลึกกว่าที่ผมมองออกเสียอีก) ก็เลยหาเรื่องอื่นๆ มาดู

ทีนี้จนมาถึงแคปครั้งที่ 13 (12.9999) เลิกงานมา Timeline ผมมันเต็มไปด้วยอุยฮารุและอื่นๆ ก็เลยว่าเฮ้ย ถ้ามันเป็นกระแสได้ขนาดนี้ก็น่าจะไปดูสักครั้ง ยิ่งพอชอบคุริสุยิ่งอยากได้ฟิก เลยถามเพื่อนๆ ที่ดูการ์ตูนอยู่แล้วก็สรุปความว่าไปกัน วางแผนกันไว้อย่างดีว่าจะไปกันยังไงนัดกันที่ไหน แต่สุดท้ายมีการเปลี่ยนแผนการเยอะแยะแต่ก็คือได้ไป

ไปถึงแผนการแรกคือประชุม #menome นัดกันไว้ว่าโรงอาหาร ผมก็เจอคุณเติมก่อน (ซึ่งไม่ได้อยู่ในทีม menome หรือทีมที่ผมชวนมางานแคปเลย..) คุณเติมแกฟิตมากับพ่อตั้งแต่เจ็ดโมงครึ่งแบบขึ้นทางด่วนมา (orz) แล้วก็ยืนรอตรงโรงอาหาร โทรหาอ้น…

me: อยู่ไหนอะ

อ้น: กำลังเดินเข้าโรงบาลอยู่อะ

me: เคๆ อยู่โรงอาหารนะ

ผ่านไปห้านาที ทำไมไม่เห็นมีอะไรเลยฟะ จากทางเข้ามันก็แค่สิบเมตรมันจะเดินห้านาทีเลยหรอ สักพักเลยโทรไป

me: ถึงไหนแล้วเนี่ย

อ้น: โรงอาหาร

me: ก็รออยู่หน้าโรงอาหารอะ

อ้น: ใช่อันที่มีคนคอสเยอะๆ ป่าว มันมีหลายอันนะ

me: orz

โอเค ก็เดินเข้าไป ไปถึงโรงอาหารเจอน้องชมรมที่บอกจะคอส​​ (จริงๆ เราเผลอรับปากจะคอสไปแล้วด้วยแหละ แต่เอ่อ กระเป๋าตังระเบิดแน่ แล้วคืออยากมาเห็นดู culture เขาก่อนเพราะไม่เคยสัมผัส) น้องก็วิ่งมาโดดกอด “Senpai~~~~” เราก็ตกใจแว๊บๆ แล้วบอกว่า “เอ่อ เรียก senpai ได้นะ แต่อย่าเรียก onichan” น้องแกก็ตะโกน “Onichan~~~~~~” // ว๊ากกกกก

และในที่สุดก็เข้าประชุม เจอโนนีนทักก่อน เราก็จำไม่ได้ (เราจำโนนีนได้ว่าใส่เสื้อฟ้าเป็นคนขี่เป็ดตอนงานบึ้มสวนสนุก แต่ใครมันจะใส่เสื้อฟ้าทุกวัน) แต่จำอ้นได้เลยเข้าไปนั่งแล้วก็เปิด Osu มาเล่นกัน (ไหนละประชุม!) สักพักอ้นก็ชวนว่าขึ้นไปดีกว่ามั้ย เลยขึ้นไปข้างบนกันแล้วก็เข้าไปในงาน เข้าไปรอเขาลงชื่อกันที่บอร์ดกันก่อน (เราไม่รู้จะเขียนอะไร ไม่กล้าเขียน menome ด้วย หันไปดู El Psy Congroo ก็มีคนเขียนแล้ว…)

ทีนี้สถานที่ประชุมของเราก็ได้สถานที่สุดเด็ดครับ นั่นคือ… หน้าห้อง นั่งพื้น!

ที่ปักหลัก: นั่งพื้น
(เพิ่งสังเกตว่าชุดเราแย่ห์มาก แต่ชุดนี้สำหรับเราเป็นเหมือน uniform — เดิมตอนเขียนวรรคข้างหน้า ภาพนี้มันมีรูปเราแต่เราอายเลยเปลี่ยนเป็นรูปที่เห็นซึ่งไม่มีรูปเราอยู่)

ก็เข้าไปนั่งแล้วก็คุยเกี่ยวกับว่าเราทำอะไรไปบ้างนิดหน่อย แล้วก็ตื่นเต้นกับกิจกรรมบนเวที จนสรุปแล้วเว็บสีอะไรก็จำไม่ได้ – -”

กิจกรรมบนเวทีสนุกครับ แต่เรื่อง 80% ผมจะไม่รู้จัก ตัวอย่างกิจกรรมก็…

ทีนี้ผมก็เดินหาของที่ต้องการอย่างฟิกคุริสุครับ แต่ไม่มีเจอแค่มายูริ เลยไม่ซื้อ เพื่อนก็บอกว่าเฮ้ยวินซื้ออย่างอื่นบ้างก็ได้ เราก็บอกว่าตอนแรกว่าจะซื้อฟิกคิริโนะให้น้อง แต่เดี๋ยวจะหาว่าเราค้ำคอร์…

จนมาถึงช่วงประมูลของครับ ทุกคนในกลุ่มยืนบ้างนั่งบ้างเฝ้าการประมูลแบบอดข้าวกันเลยทีเดียว มีตั้งแต่ของเล็กยันของใหญ่ขนาดโปสเตอร์ฮาเร็มนานาชาติ 5 แผ่น (ขายเป็นชุดครับไม่แยก) ที่ออกไปราคาสามพันกว่าเลยทีเดียว จนมาถึงของสุดท้ายคือสแตนด์มาโดกะมาจิก้าบนเวที ทั้ง 5 คน ผมเองก็ไม่ค่อยคิดว่าพวกนี้เขาจะกระเป๋าหนักกัน แต่ชาวทวิตก็สอยกันคนละตัวเลยทีเดียว ยกเว้นโฮมุยังสืบหาเจ้าของไม่ได้ ผมเองเลยว่างั้นมาโดกะแล้วกัน เลยประมูลมาโดกะเปิดในหลักร้อย เพิ่มไปทีละร้อย จนถึงพันสองแล้วมีคนพันสาม (เพื่อนบอกว่ามีพันสี่ด้วย) ตอนพันสามแล้วผมแบบว่า ไม่ไหววะ ไม่เอาแล้วสิ้นหวังแล้ว แต่เปิดกระเป๋าตังค์ดูแก้เก้อ เห็นว่าเออ ยังไม่ได้ใช้ วินาทีนั้นเขียนไปพันหกแล้วชูไอแพดขึ้นมา และมันก็ได้มาเป็นของผม…

สแตนด์มาโดกะมูลค่า 1,600 ตัวอื่นๆ ของสมาชิกในกลุ่ม

(มันคือเหตุผลที่ผมเขียน entry อันก่อนนั้นแหละครับ)

ส่วนซื้อมาทำอะไร…

Avatar ของ @madokasv หน้า @whsgroup

ถามว่าแคปครั้งนี้สนุกมั้ยผมบอกได้เลยครับว่าเป็นประสบการณ์ครั้งแรกที่มา และเป็นความทรงจำเลย ครั้งต่อๆ ไปถ้าไม่ติดอะไรจะมาอีกให้ได้!

—–

ภาคบ่น..

ผมไม่รู้จะบ่นแบบกั๊กดีมั้ย แต่จะปล่อยมา 100% ไม่มีทางเป็นไปได้

ในงานอาจจะเห็นว่าผมฉุนๆ ใช่ ผมฉุน ผมเห็นว่าเขาเป็นเพื่อนเลยบอกว่าจะไปงานแคป แต่บอกเฉยๆ เพราะถ้าเขาเห็นเราหายไปมักจะถาม (บางทีเราต้องตอบ None of your business ไปเพราะธุระเราถ้าเราไม่บอกลงทวิตคุณก็มาอยากรู้ไม่ได้) ก็เลยบอกล่วงหน้าไปก่อน จนถึงวันจันทร์ผมขาด รด. ไป เขาเลยไปชวนคนโน้นนี้ตอนเรียน รด. ไปงานแคปซะใหญ่โต (เราไม่ชวนเยอะโดยเฉพาะคนที่ไม่ได้ดูเมะจะไม่ชวน) เย็นวันนั้นเขามาบอกผมว่าเปลี่ยนแผนการไปเป็นโน้นนี้ มีคนโน้นนี้ไป ผมก็เลยเข้าใจไปตามนั้น แล้วก็ถนอมน้ำใจไม่บ่นสักคำเพราะผมอยู่ในสถานะว่าไปคนเดียวไม่ได้ ถ้าเพื่อนไปยังไงก็ไปตามเพื่อน (แต่เราก็บอกเขาแล้วว่าเราไปเนี่ยไม่ได้เดินกันนะเพราะเราจะไปอยู่กับชาวทวิต) จนถึงวันไปแล้วทุกอย่างถึงคลี่คลายว่าเขาไม่ได้ไปกับคนพวกนั้นสักหน่อยเพราะพวกนั้นเขาก็ไปกับกลุ่มเพื่อนๆ ตัวเอง เราก็เคลียร์ได้แล้วคือต้องปล่อยเขาไว้ว่าเขาจะไปทางรถขนส่งมวลชนก็ไป แต่เรา against มาตลอดด้วยว่าไปหลายๆ คนไปแท็กซี่น่าจะดีกว่า สุดท้ายถึงวันงานเขามาต้อนรับผมคนแรกแล้วก็เหมือนเป็นผู้ติดตาม โอเคติดตามก็ไม่มีปัญหา แต่พอถึงช่วงประมูล เราก็รอกลุ่มทวิตไปกินข้าวแล้วถึงไปด้วยกันเพราะเราก็ยอมหิวได้ แต่สงสัยเขาจะหิวตาลายแล้วถามเราไม่ต่ำกว่าห้าครั้งว่าจะไปกินข้าวได้หรือยังหิวแล้ว จะลงไปข้างล่างมั้ย เราก็บอกว่าแล้วแต่คุณคุณจะไปกินก็ไปเอง (โตแล้วน่าจะลงไปกินข้าวเองเป็นนะ?) แถมพอจะลงไปกินก็บอกไม่เอาจะไปกินโรงอาหารโน้น เราบอกว่าทุกคนเขาอยู่ตรงนี้เราจะไปตรงนี้มันก็เกือบพาเราหลงไปทางโน้นอีก แล้วก็ตอนดู MAD ก็ไม่เข้าใจว่าทำไมคนอวย MAD (นี่ไม่ได้ดูอนิเมะสักเรื่องแล้วมาโห่ตามคนอื่นเนี่ยนะ คือถ้าแบบตลกแบบไม่ดูก็เก็ตนี่เข้าใจ แต่อย่าง He is necromancer ไม่เคยดูมาโดกะไม่เข้าใจหรอก) ตอนจะกลับบ้านก็จะเอาโน่นนี่ (ที่เห็นเรายืนหน้าบูดนั่นแหละคือแม่โทรมาเรียกแล้วแต่มันมัวแต่เสียเวลากับกล้อง autofocus เสีย)

ผมเคยมองตัวเองนะว่าผมทำตัวแบบนี้เอาแต่ใจหรือเปล่า แต่มองดูแล้วผมว่าผมใจดีมากพอแล้วที่ไปแคร์คนที่ลงไปกินข้าวเองไม่ได้แล้วงอแง (ยิ่งตอนจบงานมันทำเสียงแบบผิดหวังมากแล้วสาธยายความผิดหวังออกมา ผมยิ่งยั้วะเดินแบบไม่สนใจมันเลย) ผมเองไปไหนมาไหนไม่สะดวกเพราะขึ้นรถไม่เป็น ตัวเลือกที่ผมใช้ยังมีแค่ถามว่ามีใครจะไปมั้ย แล้วถ้าไม่มีก็ต้องไปเองไม่ก็เลิกเท่านั้นแหละ ไม่มีคำว่าตื้ออะไรทั้งนั้น ผมเข้าใจว่าคนอื่นรำคาญเลยไม่ทำ

เอาเป็นว่าขอโทษด้วยถ้าเราเผลอโยนอารมณ์ตรงนี้ใส่คนอื่น ถ้าไปไม่มีเขาเราจะ friendly กว่านี้เยอะ