ทำไมถึงมาทำ Infra?

วันนี้มีน้องถามว่า “ทำไมถึงมาทำ Infra?”

ภาษาแรกที่เขียนจริงจังคือ PHP ซึ่งสมัยนั้น shared hosting เป็นที่นิยมมาก จนกระทั่งประมาณปี 2008 ที่ Ruby on Rails กำลังเริ่มมามากๆ ก็เลยตัดสินใจเรียน Python (ตึ่งโป๊ะ)

เหตุผลที่เลือกเรียน Python ตอนนั้นคือ

  1. PHP Framework ยังไม่มีตัวไหนถูกใจ (ตอนนั้นตัวที่นิยมน่าจะมี Yii กับ CakePHP) ก็ต้องรออีกหลายปีก่อนที่ Laravel จะมา
  2. ตอนนั้นเขียนโค้ดห่วยมากเลยคิดว่าการเขียน Python จะบังคับให้เราหัด coding style ให้เรียบร้อย

ตอนนั้นก็เริ่มเห็นแล้วว่าเราจะเอา Python ไปลง shared hosting ไม่ได้ ก็คงต้อง manage server เองได้แล้ว โชคดีว่าที่บ้านสนับสนุนให้มี home server ด้วย ก็เลยมีเครื่องให้ใช้ เพราะยุคนั้นยังไม่มี VPS ราคาถูกแบบ DigitalOcean ในปัจจุบัน

เชื่อว่าเหตุผลนี้ก็ทำให้หลายคนเข้ามาสนใจ infra เพราะว่าทำของเสร็จแล้วจะต้อง deploy ก็เลยต้องมาหัด

Unlock your design

การที่เราทำ infra เป็นนี่มันมี benefit คือมันปลดล็อคข้อจำกัดในการ design ระบบของเรา

สมัยนั้นเราอาจจะเคยได้ยินเทคโนโลยีล้ำๆ แต่มันรู้สึกเป็นของขึ้นหิ้งจับต้องไม่ได้เลย เช่น PostgreSQL, Memcache, RabbitMQ, Riak, Sphinx เป็นต้น พวกนี้เคยได้ยินชื่อมาแล้วก็ได้แต่มองไม่มีโอกาสได้ใช้

พอเรา deploy เองเป็นแล้วมันก็ช่วยปลดล็อคข้อจำกัดออกไป​ ถ้างานที่ใช้มันจำเป็นจะต้องมี Memcache เราก็ลง Memcache เองเลย ไม่ใช่ว่าต้อง workaround เช่นไปทำ filesystem cache แทน ซึ่งทั้งช้ากว่า, เสียเวลาเขียนและไม่ scale

Story

อีกอย่างหนึ่งที่ชอบในวงการ infra คือ product หลายตัวมักจะมี story เหมือนอาหารญี่ปุ่นที่ชอบมี story นั่นแหละ 555

ยกตัวอย่างเช่น Kubernetes เกิดมาจากประสบการณ์ manage container มาเป็นสิบปีของ Google เช่น design ของ Kubernetes ที่เอา pod ไว้ไหนก็ได้นั้นมาจากเคล็ดลับความสำเร็จของ Google ที่ทุกเครื่องทำหน้าที่เหมือนกัน ทดแทนกันได้หมด ทำให้สามารถ utilize เครื่องได้เต็มประสิทธิภาพมากขึ้น

หรือแม้แต่โปรแกรม ls ถ้าเราไปอ่านดูว่าทำไม GNU ถึงสร้าง ls ทำไมก็จะมี story เรื่องการต่อสู้ของ Stallman

ถ้าเทียบกับในโปรแกรมมิ่งแล้วเรามักจะสนใจมากกว่าว่าภาษานี้ ไลบรารี่นี้ทำอะไรได้ ตอนนี้ยังไม่รู้เลยว่าทำไม Guido สร้าง Python ขึ้นมา

คิดว่าเหตุผลที่มันเป็นแบบนี้เพราะว่า

  1. ของใน Infra หลายๆ ครั้งมักจะเกิดจากการ open source ของภายในองค์กรมา เช่น Hadoop, Cassandra, Redis, Memcache, Kubernetes มันเลยเกิดมาเพื่อ solve ปัญหาใหญ่ขององค์กรนั้นๆ
  2. เราจำเป็นต้องศึกษา story ของ tool นั้นๆ ด้วย เพราะ tool แต่ละตัวมันมีปัญหาที่เค้าอยากแก้จึงสร้าง tool นั้นขึ้นมา และด้วยความเป็น tool เอง use case ของมันก็มักจะจำกัดไม่นอกเหนือไปจากนั้นมาก ต่างกับ library ที่มันมักจะสามารถใช้งานได้อย่างกว้างขวาง

ถ้าดูจาก post ที่แล้วก็อาจจะสังเกตได้ว่าเราชอบประวัติศาสตร์ มันเลยยิ่งทำให้สนุกมากขึ้นไปอีก

Boredom

สุดท้ายเรารู้สึกว่าจริงๆ ธรรมชาติเราเป็น backend dev อย่างที่บอกตั้งแต่ต้นว่าที่มาสนใจ infra เพราะความจำเป็นที่จะปลดล็อคความสามารถในการเอา tool ที่มีอยู่แล้วมาใช้งาน

แต่ว่าเวลาเขียนโค้ดต่อเนื่องนานๆ ก็จะเบื่อ การที่สลับไปทำ infra บ้าง ก็แก้เบื่อได้ดีเพราะงาน infra ส่วนมากจะเป็น config ไม่ได้เขียนโค้ด หรือถ้ามีก็มีนิดหน่อยไม่ได้เป็นโปรแกรมใหญ่โตมาก

YouTube มีอะไรน่าดู?

เวลามีคนถามว่าได้ subscribe Netflix หรือเปล่า เราจะบอกว่าแค่ YouTube ก็ดูไม่หมดไม่สิ้นแล้ว… เลยอยากลอง List ช่องที่ subscribe ให้ดู เผื่อจะไปตามกันบ้าง

สาระ

Defunctland

ช่องนี้เป็นช่องนึงที่ content คุณภาพโหดมากและไม่น่าเชื่อว่าฟรี เจ้าของช่องคงเป็นแฟนพันธุ์แท้สวนสนุกอะไรแบบนั้น เค้าจะมาเล่าถึงประวัติสวนสนุกและเครื่องเล่นต่างๆ ที่ปิดไปแล้ว (ถึงชื่อ Defunct)

Death Wears Bunny Slippers

Image result for nuke silo ra2
Not Like This

หลายๆ คนน่าจะเคยเล่นเกม Fallout ที่เรา (เคย) ใช้ชีวิตอยู่ในหลุมหลบภัยนิวเคลียร์ ก็เป็น Fantasy ที่สนุกดี แต่สำหรับแชนเนลนี้เจ้าของช่องซื้อฐานยิงนิวเคลียร์สมัยสงครามเย็นเอามาบูรณะใหม่ให้อยู่ได้

ถามว่าไปซื้อมาได้อย่างไร คำตอบคือหลังสงครามนิวเคลียร์แล้ว อเมริกามีข้อตกลงกับโซเวียดว่าจะปลดฐานยิงขีปนาวุธออกไปจำนวนหนึ่งโดยให้กลับมาใช้งานใหม่ไม่ได้ ซึ่งวิธีการก็คือถมกรวดไปให้เต็ม ทั้งทางเข้าฐานทัพ และไซโล หลังจากนั้นที่ดินตรงนั้นก็ถูกขายไปเป็นที่รกร้างว่างเปล่า

แชนเนลนี้ก็เลยจะเล่าถึงว่าเค้าเปิดทางเข้าฐานกลับมาได้อย่างไร (ซึ่งงานช้างมาก ไม่ว่างจริงทำไม่ได้ และไม่ใช่มีตังค์ก็ทำได้เพราะเสี่ยงอันตรายมาก)

เสียดายว่าเจ้าของแชนเนลไม่ค่อยอัพคลิปอะไรแล้ว เค้าบอกว่างานก่อสร้างมันก็ค่อยเป็นค่อยไป จะหวังคลิปทุกสัปดาห์ไม่ได้หรอกนะ…

colinfurze

เข้าใจว่าช่องนี้น่าจะดังมากอยู่แล้ว (ถึงกับมี content ใน YouTube Red) แต่เอาจริงๆ เพิ่งมารู้จักได้ไม่นาน

เจ้าของช่องชอบทำสิ่งประดิษฐ์บ้าๆ ชนิดที่ว่าอย่าทำตามที่บ้านเลย เช่นในคลิปคือรถ BMW ที่ขับได้จริง แล้วยังดัดแปลงให้เป็นอ่างน้ำร้อน แถมด้านหลังยังมีเตาปิ้งย่างอีกด้วย (…)

Kento Bento

ช่องนี้เล่าเรื่องที่น่าสนใจ และสำคัญคือต้องเป็นเรื่องในเอเชียด้วย

เช่น คลิปนี้เค้าเล่าว่าทำไมผู้หญิงเอเชียน่ารัก (สปอย: คำตอบคือเพราะเราชอบผู้หญิงหน้าดูเด็ก และผู้หญิงเอเชียมักหน้าดูเด็ก)

Wendover Production

ช่องนี้ทำสารคดีทั่วๆ ไป คุณภาพค่อนข้างดี แต่คิดว่ายาวไปหน่อย ที่สำคัญคือเหมือนเจ้าของช่องจะชอบการบินมาก ทุกตอนต้องมีพูดถึงเครื่องบินไม่มากก็น้อย…

Half as Interesting

ช่อง Wendover ข้างบนเคยมีซีรีส์ That Wikipedia List ซึ่งคนชอบ ก็เลยแยกเป็น channel ใหม่ออกมาในชื่อ Half as Interesting เพราะเนื้อหาจะยาวครึ่งเดียว แต่ครึ่งเดียวก็ยังยาวไปมันเลยหายไปอีกครึ่งให้กับมีมไร้สาระด้วย…

แต่โดยรวมแล้วรู้สึกว่าชอบ HAI มาก เนื้อหาออกบ่อย สั้น กระชับ และได้ความรู้ trivia ดี

The B1M

ไม่คิดว่าจะมีความสนใจใน field นี้ด้วย แต่ก็รู้สึกว่าการก่อสร้างเป็นเรื่องใกล้ตัวก็เลยดู

ช่องนี้บรรยาย accent หนักหน่อย ฟังไม่ยากเพราะเค้าบรรยายช้าๆ แต่ด้วยความช้านี่แหละเลยดูก่อนนอนไม่ได้ หลับ ถ้าพูดเร็วๆ ก็คงฟังไม่ทันมั้ง…

Cooking

Alex French Guy Cooking


Alex เป็นคนฝรั่งเศส แต่แชนเนลนี้จะพูดภาษาอังกฤษเกี่ยวกับการทำอาหารต่างๆ ที่แปลกคือ Alex จะชอบทำอะไรพลิกแพลงทุกครั้ง เช่นในตอนนี้เค้าเอาเครื่องทำเส้นมือหมุนมาต่อมอเตอร์…. (แน่นอนว่าพัง) แล้วก็จะมีพาร์ททฤษฎีที่ละเอียดว่าทำไมต้องทำแบบนี้ ไม่ใช่แค่เอาสูตรมาทำโชว์เฉยๆ

Content ช่องนี้ออกทุกสัปดาห์ แต่รู้สึกว่าของปีนี้ยังไม่ค่อยโดนเท่าไร อาจจะเพราะเป็นเมนูไกลตัวไปด้วย

Townsends

ชอบประวัติศาสตร์นะ รายการอาหารก็ชอบดู… ช่องนี้ดูคลิปเดียวได้ครบสองอย่างเลย!

ช่องนี้ตามชื่อ เป็นของตระกูล Townsends ซึ่งพ่อเค้า Jas Townsend เป็นผู้ก่อตั้งบริษัทขายเสื้อผ้าและอุปกรณ์ยุคศตวรรษที่ 18 สำหรับกลุ่ม reenactment ส่วนพิธีกรของช่องนี้คือ John Townsend เป็นเจ้าของบริษัทในปัจจุบัน ฉะนั้นพวกอุปกรณ์ทำครัวหรือเสื้อผ้าที่ใส่ก็คือสินค้าบริษัทเค้าหมด แต่ไม่เคยเห็นช่องนี้พยายามขายของเลยนอกจากหนังสือ Cookbook ที่เค้าเอาสูตรมา

เนื้อหาในช่องก็จะเกี่ยวกับยุคศตวรรษที่ 18 ทั้งหมด ส่วนมากก็จะทำอาหาร แต่ก็มีเรื่องอื่นๆ เหมือนกันอย่างตามวิดีโอข้างบน

อย่างที่จะเห็นได้ชัดในช่องนี้คือสูตรอาหารโบราณมักจะไม่ได้ระบุการตวงมา ก็แล้วแต่คนทำว่าจะใส่เท่าไร นอกจากนั้นวัตถุดิบต่างๆ ก็จะไม่เหมือนในปัจจุบันด้วย

Gaming

98DEMAKE

แชนเนลนี้เอาเกมดังๆ มา “demake” คือตรงข้ามกับ remake ถ้า remake คือเอาเกมเก่ามาทำใหม่ อันนี้เอาเกมใหม่มาทำเก่า

ตั้งแต่ subscribe มายังไม่ค่อยเห็นอัพอะไร ช่วงนี้เค้าขายเกมใหม่เค้า September 1999 เป็นเกมผีแต่ภาพแบบ VHS

Ahoy

อีกช่องสารคดีหนึ่งที่คุณภาพคับแก้วมาก คนพากย์เสียงก็มืออาชีพ ฟังแล้วรู้สึก Mysterous ดี

ช่องนี้จะเล่าถึงประวัติศาสตร์เกมมิ่ง เช่นตอน Polybius นี้เล่าถึงเกมที่ไม่มีอยู่จริงแต่เป็นตำนานของอินเทอร์เน็ต คิดว่าตอนนี้น่าจะเป็น EP ที่เทพที่สุดในช่องแล้ว

Squirrel Monkey

คล้ายๆ ช่อง 98DEMAKE แต่ย้อนยุคไปอีกหน่อย เค้าทำมาเป็นลักษณะคล้ายๆ รายการสื่อการสอนสมัยก่อน คนพากย์ก็ไม่ใช่ใครแฟนเค้านั่นเอง…

Errant Signal

ถ้าเล่นเกมจบแล้วอยากฟังคนพูดเกี่ยวกับเกมนั้น Errant Signal นี่เป็นแชนเนลเดียวที่ดูอยู่เลย มันไม่ใช่ช่องรีวิวเกมเพราะมันสปอยทั้งเกม แต่ช่องนี้เค้าจะวิเคราะห์เนื้อเรื่องผสมกับ Game Design ด้วย

จะเรียกว่าเหมือนเล่นเกมจบแล้วมานั่งคุยกันก็ได้ แต่เค้าก็วิเคราะห์ได้ดีมากกว่าเราเยอะเพราะเวลาเล่นเราอาจจะมองแต่ภาพที่เกมกำลังนำเสนออยู่โดยไม่ได้มองภาพใหญ่

Game Maker’s Toolkit

แต่ถ้าอยากฟังเฉพาะ Game Design ช่องนี้ก็เอา mechanics ของเกมมาย่อยให้ฟังพร้อมตัวอย่างเข้าใจง่ายๆ

LGR

ช่องนี้ดังอยู่แล้วอาจจะไม่ต้องแนะนำเยอะ เค้าจะชอบรีวิวของเก่าๆ ไม่ว่าจะเป็นเกมเก่าหรือ hardware เก่าๆ แต่บางทีของใหม่ก็มีอยู่บ้างนะ

Travel

ออกตัวก่อนว่าไม่ค่อยชอบรายการท่องเที่ยวเท่าไร แต่รายการที่ดูนี่ชอบมาก

ONLY in JAPAN

ช่องนี้เป็นรายการท่องเที่ยวทั่วๆ ไป เนื้อหาค่อนข้างกระชับไม่ยืดเหมือนรายการในไทยเท่าไร โดยเฉพาะว่าเค้าเน้นเนื้อหามากกว่าพิธีกร

ที่ชอบรายการนี้คือนำเสนอ story ของสถานที่ที่ไปได้ค่อนข้างดี เนื่องจากพิธีกรเป็นคนที่อยู่ญี่ปุ่นอยู่แล้วและพูดได้ทั้งสองภาษา เลยมีข้อมูลแน่น รายการเลยจะไม่เหมือน Vlog ทั่วๆ ไปที่เน้นตัว presentor มากกว่าสถานที่

Strange Parts

ผมไม่รู้ว่าจะเอารายการนี้ไว้หมวดไหนดี มันคือ Travel for Nerds โดยเฉพาะ

เจ้าของช่องเป็นฝรั่งที่อยู่ที่เสินเจิ้น ซึ่งเค้าก็พาไปเที่ยวเมืองที่เป็นศูนย์กลางการผลิตอิเล็คทรอนิคส์ของโลกสไตล์ Nerdๆ ด้วยการสร้างอะไรแปลกๆ แล้ว source หาส่วนประกอบจากร้านในเมือง

อ้อ… เค้าเคยไปเดิน Akihabara กับเจ้าของช่อง Only in Japan ข้างบนด้วยนะ

Abroad in Japan

ในบรรดาที่ดูอยู่คิดว่าชอบช่องนี้ที่สุดแล้ว!

Chris Broad เป็นคนอังกฤษที่ไปเป็นครูฝรั่งสอนภาษาอยู่ที่ญี่ปุ่น ด้วยความเบื่อก็เลยทำ YouTube เล่นๆ แล้วดันดังก็เลยมาทำ YouTube เต็มเวลา ที่พิเศษคือเค้ามี passion ด้าน filmmaking ด้วย รายการแต่ละตอนถึงจะ 10 กว่านาทีแต่ดูแล้วจะรู้สึกกระชับมาก

ช่วงนี้มีซีรีส์ Journey Across Japan ช่วงแรกลงทุกวัน (บ้าพลังมาก) แต่ตอนหลังเริ่มค่อยๆ ลงแล้ว เค้าบอกว่าอยากให้มันพรีเมี่ยม

มีเพื่อนนิยามช่องนี้ง่ายๆ คือ content ตอนไหนก็ได้ที่เค้าไม่ได้ถ่ายที่บ้าน สนุกหมด

อีก content หนึ่งของช่องนี้ที่พรีเมี่ยมมากคือหนัง Natsuki The Movie เล่าถึงเพื่อนคนญี่ปุ่นที่ไปอังกฤษครั้งแรก จะเรียกว่าเป็น Vlog แบบเรื่องยาวก็ได้ แล้วมันไม่น่าเบื่อด้วยนะ

Etc

Deerstalker Pictures

เอาไว้ดูแฟนเซอร์วิส จบนะ

Content ออกค่อนข้างบ่อยด้วย ประมาณเดือนละครั้ง ซึ่งก็ถือว่าเยอะมากเพราะงานดีย์จริงๆ