ของฝากก่อนจากลา

วางแผนไว้ว่าอยากเขียนอะไรถึงเพื่อนตอนเรียนจบ วันนี้ก็พบว่าเพื่อนบางคนจะแยกย้ายไปเรียนต่อต่างประเทศแล้ว ก็คงต้องเลื่อนมาเป็นโอกาสนี้

ยังจำ project วิชา software pattern ได้อยู่ ไฟล์ข้อมูลเป็น C struct เก็บไว้ในไฟล์ ได้มาทุกคนก็งงว่าจะอ่านยังไงดี เราใช้เวลาอยู่กับมันหลายวันมากๆ กว่าจะเข้าใจทั้ง struct และการโหลดข้อมูลจากเครื่อง 32/64 bit และทุกกลุ่มก็ผ่าน project นี้ไปด้วยดี

หลังจากเราแยกย้ายกันแล้ว มันจะไม่มีอีกแล้วที่โจทย์ยากแล้วจะคิดว่าเดี๋ยวเราก็หาวิธีมาเฉลยให้ ต่อไปนี้คงมีแต่ว่าเตรียมพร้อมตัวเองให้รับมือกับปัญหาให้ได้

อย่างแรก อย่ากลัวโค้ดคนอื่น

Framework ที่ใช้ Library ที่ใช้ ส่วนมากเป็น Open source ทั้งนั้น แม้แต่ Java เองก็เป็น โค้ดบางตัวอ่านง่ายกว่าเอกสารวิธีใช้อีก และโค้ดที่เขียนมักจะมีคุณภาพ ถ้าสังเกตดีๆ อาจจะเรียนรู้เทคนิคต่างๆ เพิ่มด้วย

อย่างที่สอง อย่าหยุด

วันนี้เรายกคำพูดของ Steve Jobs ไว้ว่า “Stay hungry, Stay foolish” จงหิวกระหายความรู้อยู่เสมอ และอย่าสนใจสายตาคนที่บอกว่ามันเป็นไปไม่ได้

โลกเทคโนโลยีมันเปลี่ยนแปลงไปไวมากๆ ติดตามข่าวสารบ่อยๆ อย่าหยุดอยู่กับที่

อย่างที่สาม อย่าถาม (บ่อย)

เวลาติดปัญหาโค้ด ทางแก้ไขแรกอย่าถามคนอื่น และไม่ใช่ทางที่สอง สาม สี่ ห้า ด้วย

ลองเพ่งอ่านดู ทำความเข้าใจดู บางทีข้อความ error ที่ออกมาเป็นดง ใจความสำคัญจริงๆ มีอยู่แค่ประโยคเดียวแค่นั้น และส่วนมากเอาไปค้นก็มีคำตอบอยู่แล้ว

อย่างที่สี่ อย่าใช้ภาษาไทย

เนื้อหาภาษาไทยส่วนมากคือสรุปมาจากภาษาอังกฤษอีกที ซึ่งถ้าไปอ่านภาษาอังกฤษเลยก็จะได้รู้ก่อนใคร รู้ลึกกว่าด้วย อาจจะอ่านยากแต่การอ่านคู่มือ เอกสารพวกนี้เป็นสกิลสำคัญที่ควรมีไว้

อย่างที่ห้า เนื้อหาที่เรียนสำคัญมาก

ไม่ว่าที่เรียนมาจะรู้เรื่อง ไม่รู้เรื่อง แต่อยากให้ลองกลับไปทำความเข้าใจเนื้อหาด้านเทคนิคดูอีกรอบ ย้อนไปตั้งแต่ Data structure, Operating system แล้วจะพบว่าเนื้อหาที่เค้าคัดเลือกมามีความสำคัญจริงๆ และเป็นเนื้อหาที่ควรเรียนมากกว่าการสอนให้เขียนโปรแกรมเป็น

“Programmer ใครๆ ก็เป็นได้ แต่จะเป็น Software engineer ไม่ใช่ทุกคน”


เราเชื่อว่าหลายคนในรุ่นเรามีศักยภาพมากกว่าเราเยอะ ไม่แน่เราอาจจะเห็นเพื่อนเราไปทำ AI ทำ OS ก็ได้ ถึงเวลานั้นแล้วก็คงจะยินดีด้วย

New Year Resolution

ผ่านไปไม่ถึงครึ่งปีก็ลืมแล้วว่าเขียน New Year Resolution ไว้ว่าอะไร

ทั้งๆ ที่ปีก่อนจำบางอันได้จนจบปี

พบว่า goal ปีนี้เขียนไว้แบบไม่มีวิสัยทัศน์มาก เหมือนเขียนว่าพรุ่งนี้จะทำอะไร และเหมือนจะเป็นแบบนี้มาหลายปี

จริงๆ น่าจะเป็นความกลัวส่วนตัวมากกว่า คือไม่กล้าเขียนอะไรแบบ Mark Zuckerberg เพราะรู้ว่าเขียนไปมันจะลืมและจะเฟลแน่นอน

ดูง่ายๆ ก็ Twitica ที่เขียนว่าจะทำตั้งแต่ 2012-2013 ก็ไม่ได้ทำสักที สุดท้ายก็ไม่กล้าเอาขึ้นเป็น goal แล้ว

หลายสัปดาห์ที่ผ่านมาก็เริ่มมีความรู้สึกว่า อยากตั้ง goal ใหม่ อะไรที่มันน่าสนใจกว่านี้

อยากสตรีมเกม

จริงๆ มีความคิดมาหลายปีแล้วว่าภาษาไทยไม่ค่อยมี content เกมที่อยากดูเท่าไร

  • อยากดูแค่รีวิวเหมือนซีรีส์ WTF is หรือแบบ LGR ก็ดี ไม่ได้อยากดูคนเล่นให้ต้นจนจบ
  • อยากฟังแบบมีสาระ ไม่ใช่โหวกเหวกโวยวาย สมัยนึงก็คิดว่าถ้าชุดนอนทำ content แนวข้อข้างบนนี่คงจะเพอร์เฟกท์มาก แต่สุดท้ายก็ไปนั่งทำ content Dota 2
  • อยากดูเกมที่ไม่ได้ตามกระแส Dota 2, The Walking Dead นี่ช่องไหนก็มีดู แต่ถ้าอยากดู Firewatch ล่ะ? หรือถ้าจะย้อนยุคไปอย่างเกมฟาโรห์จะดูกับใคร
  • game design ก็อยากฟัง บางทีเกมมันรู้สึกว่า “ใช่” แต่บอกไม่ถูกว่าทำไม ต้องมานั่งฟังการออกแบบของเค้านี่แหละว่าทำไมเกมมันถึงใช่ (ถ้าอยากดูผมชอบ Syntax_Error มาก แต่ตอนหลังๆ รู้สึกรำคาญการตัดต่อนิดหน่อย)

พอมาอยู่ MyLive ก็คิดว่าสตรีมมิ่งน่าจะเหมาะกับเรากว่า คือมันไม่ต้องคุยกับตัวเองเท่าไร และก็พบว่าช่องคุณแนทนี่ก็เหมาะตามข้อข้างบนหลายข้ออยู่ คือเค้าพูดเพราะมาก เสียงก็น่าฟัง ^^ ถึงจะใช้คะค่ะไม่เคยถูกก็ตาม

ปัญหาที่ยังติดอยู่คือไม่รู้จะหาคนดูจากไหน คือถ้าสตรีมสดแล้วคุยกับตัวเองมันก็ดูแปลกๆ นะ ช่องคนอื่นที่เค้าดังอยู่แล้วแค่เปิดสตรีมมาแป๊บเดียวขาประจำก็มาแล้ว แล้วก็ช่วยคุยด้วยไม่ได้นั่งเงียบในแชต

อีกวิธีแก้ที่คิดไว้คืออัดเหมือนอัดคลิป YouTube คือมีสคริปต์ไว้ แต่แบบนั้นอยากได้ co-host

ซื้อเกมใน GOG

หลังๆ มารู้สึกว่า Steam เริ่มผูกขาดและน่ารำคาญมากขึ้น sale แต่ละครั้งห่วยลงเรื่อยๆ บางเกมลดก็ลดไม่สุดเหมือนแต่ก่อน

ก็เลยคิดว่าควรจะย้ายไปซื้อร้านอื่นๆ บ้าง แต่ไม่อยากซื้อหลายร้านเพราะจะหาเกมไม่เจอ ก็เลยเลือก GOG

  • GOG มี client ที่จะมีฟีเจอร์แข่งกับ Steam
  • GOG ไม่ใช่แค่ key reseller แต่มีนโยบายของร้านเองคือทุกเกมต้องเป็น DRM-free
  • ข้อเสียที่มารู้ทีหลังคือ เกมบางเกมขายบน GOG แล้วอัพเดตไม่ไวเท่า Steam หรือบางเกมปล่อยเสร็จก็ดองไม่อัพเดตถึง Steam จะอัพเดตไปหลายรุ่นแล้ว คงต้องอ่านรายละเอียดดีๆ ก่อนซื้อ
  • ข้อเสียอีกข้อคือเกมใน GOG หลายเกมตัดฟีเจอร์ multiplayer ออกเพราะมันใช้ Steamworks
  • อีกข้อเสียนึงของการย้ายออกจาก Steam คือ Steam ราคาเป็นบาทถูกมาก เวลาซื้อใน GOG นี่ถึงจะเซลอยู่เท่ากัน แต่ราคาแพงกว่าบางทีเกือบสองเท่า

ตอนนี้ก็เริ่มย้ายมาตั้งแต่ Human Resource Machine แล้วและก็พบข้อดีอีกข้อคือมันก๊อปเกมให้เพื่อนได้

ตรงนี้ Steam จริงๆ ก็มีคือ family sharing แต่ค่อนข้างจะยุ่งยากในการเซต ของ GOG นี่ก็ก๊อปไฟล์เกมให้เพื่อนได้เลย จริงๆ ก็เหมือนให้เพื่อนโหลดเถื่อนมานี่แหละ แต่มันจะมีฟีลลิ่งอีกแบบนึงเหมือนสมัยก่อน Steam ที่เวลาซื้อเกมมาแล้ว copy แผ่นให้เพื่อนจะได้คุยกันรู้เรื่อง ซึ่งพอมาเป็น Steam แล้วรู้สึกว่าถ้าล่อให้เพื่อนซื้อเกมไม่ได้ก็คุยกันไม่ได้เลยนะ แล้วเกมบางเกมคือให้ฟรีก็เล่นนะ แต่ให้ซื้อนี่ก็ไม่เอาอะ

“ฟีเจอร์” ตรงนี้เรารู้สึกว่ามันทำให้รู้สึกคุ้มค่ากว่าการจ่ายให้ Steam นะ

เก็บตัง

รู้สึกช่วงนี้ใช้เงินเปลือง คือตั้งแต่ทำบัญชีมาก็เริ่มซื้อของแพงมาเรื่อยๆ ซึ่งก็ไม่ค่อยเป็นปัญหาเท่าไรเพราะส่วนมากก็คือเก็บเงินซื้อ มีแต่คอมใหม่นี่แหละที่เอาเงินเก็บไปซื้อ

ปัญหาของการทำบัญชีผมคือทุกเดือนผมจะหยอดเงินไว้ที่ค่าซื้อของ เดือนสองเดือนก็ได้พอจะไปซื้ออะไรมาเล่นแล้ว แต่พบว่าเงินเก็บแทบไม่ได้หยอดเลย

ก็เลยคิดว่าน่าจะเก็บเงินบ้างนะ ตั้งเป้าสักเท่าไรดีล่ะ… สิ้นปีสักหมื่นห้าดีมั้ย?

(เดายากมากเพราะฝึกงานไม่รู้จะได้เงินเท่าไร เผลอๆ เอาเงินฝึกงานสักสองเดือนใส่เข้าไปก็ครบแล้วมั้ยเนี่ย)

พูดเพราะ

อันนี้อาจจะเก็บไว้ปีหน้า รู้สึกว่าตั้งแต่เข้าวิศวมาพูดไม่ค่อยเพราะเท่าไร จริงๆ ไม่น่าจะเกี่ยวกับสิ่งแวดล้อมเท่าไรหรอกน่าจะเป็นที่ตัวเองมากกว่า ก็น่าจะแก้ที่ตัวเองนะ

New Year Resolution

สุดท้ายแล้วจะเปลี่ยนแผน New Year Resolution กลางปีดีมั้ย?

นั่นสินะ

เอาเป็นว่าสรุป 2016 Resolution ใหม่เลยดีกว่า

  • ประกอบคอม: Done
  • บล็อค: ไว้ดูสิ้นปี
  • เลิกเล่น Guild Wars 2: DONE
  • Server: ไว้ดูสิ้นปี คิดว่าล่ม
  • Twitica Desktop 3: ไว้ดูสิ้นปี คิดว่าไม่น่าเสร็จ แต่ตอนนี้กำลังไปได้สวย
  • ของใหม่:
    • ซื้อเกมใน GOG เป็นหลัก
    • เก็บตังหมื่นห้า