Piracy is not a pricing problem

ไปดู The Master ของพี่เต๋อมาแล้วไม่ค่อยอินเท่าไร จนกระทั่งมาถึงจุดนึงที่ว่าแผ่นอิมพอร์ทแผ่นละพัน เลยเริ่มอินไปถึงประเด็นนึงที่ผมยังตอบไม่ได้ที่ตอนอยู่ในวงการอนิเมะอยู่

ในวงการเกม Gabe Newell เคยบอกว่าปัญหาของเถื่อนไม่ใช่ปัญหาด้านราคา แต่เป็นปัญหาด้านบริการ เค้าขยายความไว้ว่าถ้าของเถื่อน โหลดดูเมื่อไรก็ได้ 24 ชั่วโมง ไม่ต้องลุกออกจากโต๊ะ แต่พอจะซื้อของแท้บอก not available in your country หรือฝรั่งสปอยจบไปสิบรอบแล้วเพิ่งจะได้เล่น แถมกว่าจะได้เล่นต้องไปซื้อที่ร้าน คิดว่าจะเลือกแบบไหนล่ะครับ?

ตอนผมซื้อ Portal 2 ผมเจอปัญหานี้มาก ผมเซ็งมากที่ฝรั่งมันเล่นเกมกันตอนเกมออกแล้วบอกเกมเทพโคตรๆ ขณะที่ผมที่ pre-order แผ่นไปต้องรอแผ่นมาส่งอีกสัปดาห์

สุดท้ายแล้วผมโหลดบิตมาเล่นกับเพื่อน (ทั้งๆ ที่สั่งแผ่นไปแล้ว) แล้วก็เป็นว่าผมต้องเล่นอีกรอบเก็บ achievements

ปัญหาด้านบริการยังรวมไปถึงความสะดวกอื่นๆ อีก เราทำเหมือนว่าคนเล่นของแท้เป็นผู้ต้องหาที่ต้องใส่ตรวนไว้ตลอดเวลาด้วย DRM บางเกมบอกว่า ลงได้ไม่เกิน 3 ครั้งต่อปี ขณะที่แผ่นเถื่อนแชร์เล่นทั้งหมู่บ้านก็ได้

ผมว่า Steam มองปัญหาด้านบริการขาดมากๆ DRM ของ Steam แทบไม่มีอะไรกวนใจผู้ใช้เลยนอกจาก always online (คือมีออฟไลน์แต่เอาแน่เอานอนไม่ได้จนกระทั่งสองสามปีมานี้ที่รู้สึกว่าจะเวิร์คแล้ว) และจุดนึงที่ทำให้ผมเจาะจงเลือก Steam มากกว่าเกมอื่นๆ คือ value-added feature ของระบบ

สิ่งที่ Steam ให้ในเกมมีมากมาย

  • friend list ซึ่งระบบไหนก็ทำได้ไม่ยากหรอกแต่มันจะไม่มี network effect
  • matchmaking ทำให้ friend list มันไม่ได้มีไว้ทำเท่ เพราะมันยังส่งข้อความไปกวนตีนเพื่อนให้มาเล่นเกมกับเราได้
  • steam cloud เป็นอะไรที่ผม taken for granted ว่าทุกเกมจะมีเลยนะ พอจะเล่นเกมนอกแพลทฟอร์มนี่มาแบคอัพเซฟเกมมันน่าเบื่อมาก
  • screenshot sharing
  • overlay (อย่างน้อยๆ ก็ไว้ดูเวลา)
  • achievements
  • play time tracking

นอกจากนี้มันยังมี steamplay ที่ทำให้ไม่ต้องเสียเงินซื้อเกมทีละแพลทฟอร์ม (แทบจะกลายเป็น standard ของ digital distribution ทุกเจ้าไปแล้ว)

Screen Shot 2557-12-03 at 10.48.58 PM

คำถามที่ผมมามองคือทำไมผมไม่คิดจะซื้อแผ่นแท้อนิเมะ

ผมว่าแผ่นแท้อนิเมะไม่มีอะไรน่าดึงดูดซื้อเท่าไรเลย ถ้าผมซื้อคงต้องเป็นตอนที่มีเงินเหลือกินเหลือใช้ แต่ทำไมซื้อเกมใน Steam แล้วไม่เคยคิดแบบนี้

  • มันเป็นแผ่น ก็ต้องออกไปซื้อแล้วก็หาที่เก็บ
  • ดูจบไปแล้วผมก็ไม่รู้จะซื้อทำไม ซื้อมาก็ไม่ได้อยากดูอีก (ผมพบข้อนี้ตอนซื้อแผ่นแท้ครั้งแรกมาแล้ว) กับเกมผมก็คิดแบบนี้ถ้าเกมไม่ได้เทพขึ้นหิ้งจริงๆ ระดับ StarCraft 2 อนิเมะผมก็มีโมเมนต์แบบนี้นะ แต่ก็ไม่ได้ซื้อสักทีเพราะ..
  • มันแพง ซึ่งก็เป็นปัญหาที่แก้ยากเพราะคนที่ซื้อปัจจุบันหลายคนซื้อเพราะของแถม แต่ผมอยากโชว์กล่องก็น่าจะพอแล้ว ซึ่งตรงนี้แผ่นฝรั่งก็จะทำแบบนี้คือไม่มีของอื่นอะไรเลยมีแต่แผ่น
  • มันซอย แผ่นนึงแพงแล้วไม่พอยังมีหลายแผ่นรวมกันเป็นพัน
  • มันต้องรอ นอกจากประเด็นเวลารอ LC ที่ยกมาบ่อยๆ แล้วยังมีเวลาระหว่างแผ่นด้วย ซื้อแผ่นแรกมาแล้วแผ่นต่อไปก็ต้องผ่านกระบวนการตัดสินใจซื้ออีก และก็วนอยู่จนแผ่นครบ ผมซื้อเกมเนี่ยเวลาตัดสินใจนานเป็นวันแล้วหลายครั้งจบลงด้วยคำว่าไม่ซื้อด้วยนะ (เช่น Banished ผ่านโพรเซสตัดสินใจผมมาสามรอบแล้วและจบลงด้วยไม่ซื้อ)
  • มันไม่ต่างกับบิต หรือถ้าต่างก็ต้องบอกว่าด้อยกว่าที่ดู เพราะตอนดูดูเป็น 720p แผ่นมาเป็น dvd quality อันนี้ก็ช่วยไม่ได้ว่ามันเป็น limitation ของ format
  • “คนไม่ซื้อก็หาข้ออ้างไม่ซื้อไปเรื่อยแหละ” (เฮ้ แต่ผมฟังเพลงแท้เล่นเกมแท้นะ)

ทีนี้เดี๋ยวนี้ค่าย LC หลายที่ก็เลยทำเป็นระบบ streaming มาอีกเพื่อแก้ปัญหาเหล่านี้ ประเด็นของผมในบล็อคนี้คงอยู่ตรงนี้แหละ ไม่ใช่แค่อนิเมะแต่ผมรู้สึกว่าวงการ entertainment ทั้งหมดที่ไม่ใช่เกมจะติดจุดตายพวกนี้หมดเลยคือ

ซื้อแล้วแถมตรวน

ใน iTunes หนังที่ซื้อมาแล้วก็ติด DRM อยู่ดี หรือบริการ streaming อนิเมะหลายเจ้าก็จะมีระบบซื้อ แต่ซื้อมาแล้วก็ยังติดอยู่ในรูปแบบที่ว่าต้องสตรีมดูเท่านั้นห้ามโหลด

ประเด็นที่โหลดมันก็จะมีเช่นว่า อยากเก็บเป็น collection ในเครื่อง (เอาไปโม้ได้ว่าฉันมีหนัง 50gb เลยนะ) และการเลือก player ได้เอง เช่นอาจจะเปิด browser แล้วหน่วง (ไม่ว่าคอมกากหรือเว็บเขียนมากาก)

ส่วน DRM เนี่ยที่ผมใช้หลักๆ เลยคือเวลาผมซื้อเพลงใน iTunes มันจะมาเป็น m4a ที่ผมต้องแปลงเป็น mp3 ลงมือถือผมตลอด ถ้าติด DRM ขึ้นมามือถือผมฟังไม่ได้คงเลิกซื้อ

ผมไม่รู้ว่าแปะชื่อผมนี่เรียกว่า DRM มั้ยแต่แปลงเป็น mp3 ก็หาย
ผมไม่รู้ว่าแปะชื่อผมนี่เรียกว่า DRM มั้ยแต่แปลงเป็น mp3 ก็หาย

คือถ้าเป็นเช่าผมก็เห็นความจำเป็นของการติด DRM แต่ซื้อนี่ไม่เข้าใจ

Fragmentation

ผมชอบมากที่มีคนคิดระบบเหมา Streaming มา ผมว่ามันคือทางออกที่ต้องการเลย ผมเองก็เป็นสมาชิก Deezer มาเป็นปีแล้ว คือด้วยธรรมชาติของเพลงคือฟังแล้วก็จะเบื่อ หรืออนิเมะที่มันออกมาไม่หยุดและต้องตาม การเหมาจ่ายน่าจะเหมาะสมสุดแล้ว (ทั้งนี้ก็ขึ้นอยู่กับปัจจัยอื่นๆ อีก เช่นถ้าเดือนละห้าร้อยผมคงผ่าน ผมว่าราคาประมาณ Deezer กำลังโอเคนะ)

ปัญหาที่เจอในวงการอนิเมะคือแต่ละค่ายทำเองแล้วก็เป็น fragmentation ครับ แทนที่จะจ่ายหนเดียวได้หมดแบบ Deezer ก็กลายเป็นว่าต้องไปจ่ายให้ทีละค่าย บวกรวมกันก็แพงไปอีก

ผมอยากเห็นบริษัทกลางสักบริษัทที่มาทำสตรีมให้ทุกค่ายไปเลยนะ ซึ่งผมเชื่อว่ามันน่าจะดีด้วยเพราะถ้าจะขาย streaming (ส่วน content เป็นเรื่องของบริษัทอื่น) ระบบก็ต้องออกแบบมาดีๆ และพัฒนาตลอดเวลาเหมือน Netflix มากกว่าการจ้างบริษัทมาทำระบบ streaming ให้

ตรงนี้ในวงการเกมก็คงเหมือน Steam ล่ะครับที่เป็น monopoly อยู่ แต่ผมว่าแบบวงการเพลงก็ไม่เลวที่มีหลายเจ้าเช่น Deezer, kkbox, Spotify

(เอาจริงๆ ผมไม่รู้ว่าแอพ Netflix ดีมั้ยแต่รู้สึกว่าแอพเค้าครบทุกแพลทฟอร์มจริงๆ)


พูดถึง Streaming แล้วผมก็ยังนึกถึงกรณี Taylor Swift นะ คือนางจะลง Deezer ก็ได้แต่เลือกจะไม่ลง ผมก็ว่าถ้าไม่อยากรับเงินผมผมก็โหลดมาก็ได้ แต่ถึงตอนนี้ก็ไม่ได้โหลดเพราะไม่ได้เป็นแฟนอะไร

Special feature

ผมหาคำตอบมาหลายปีมากว่าอะไรคือ Steam Cloud ของหนัง มีใกล้สุดคือ iTunes ที่มี iCloud ให้โหลดและมัน sync ให้ว่าดูถึงไหนแล้ว

แต่มันไม่มีอะไรเป็นจุดที่ must-have ขนาดนั้นเหมือน friend list + achievement

เคยคิดอยู่ว่าระบบ social anime list menome น่าจะเป็นคำตอบ แต่ผมว่ามันยังมีความเป็นไปได้มากกว่าที่ผมคิดออกเยอะมาก

ซับ

ประเด็นของ Gabe คือถ้าของเถื่อนทำมาดีกว่าของแท้ แล้วใครจะซื้อของแท้ ผมว่าซับนี่เห็นได้ชัดเลย เท่าที่เคยใช้เว็บสตรีมอนิเมะของไทยยุคแรกๆ มารู้สึกไม่ประทับใจซับมากตรงที่มันสู้แฟนซับไม่ได้เลย

  • ปิดซับไม่ได้ (ผมไม่สนใจหรอกจนกระทั่งทำ CoreAnime ที่ต้องแคปภาพไป ยุคแรกๆ โหลด raw มาแคป ตอนหลังดูซับอังกฤษเลยสะดวกกว่า)
  • ไม่มี effect อะไรเลย แฟนซับฝรั่งนี่บางทีตัวหนังสือมาเนียนยังกะมาจากต้นฉบับ (แนะนำค่าย Tsumiki ทำ Acchi Kocchi ตอนแรกๆ เอฟเฟกท์อย่างเนียน)
ถ้าผมบอกว่าข้อความนั้นไม่ได้มาจาก raw
ถ้าผมบอกว่าข้อความนั้นไม่ได้มาจาก raw

มันก็กลับมาที่เป็น limitation ของ format อีก ผมก็สงสัยว่าของแท้ออกเป็น mkv ฝัง ass ไม่ได้หรอ (สตรีมจะทำมาเป็นฮาร์ดซับก็ได้)


ที่อยากเขียนบทความนี้คงไม่ใช่อยากมาเรียกร้องอะไร เพียงแต่ผมยังถามตัวเองอยู่บ่อยๆ ว่าทำไมเกมซื้อ เพลงก็เลิกโหลดแล้วหนังไม่เคยซื้อ มันเกิดอะไรขึ้นในความ double standard

edit: ผมเพิ่งนึกออกอีกตัวอย่างหนึ่งในหัวข้อ Fragmentation คือ ไม่นานมานี้ Google ทดลองให้จ่ายเงินเพื่อเอาโฆษณาออกจากเว็บที่ร่วมโครงการได้ ซึ่งบางเว็บก็อาจจะรับเงินอยู่แล้วแต่คนจ่ายก็ต้องจ่ายไปทีละเว็บ ด้วยวิธีนี้จะใช้โมเดลเดียวกับ Streaming เพลงคือจ่าย fix cost (ในขั้นนี้คือกำหนดได้เอง) แล้วพอเราเข้าเว็บที่ร่วมโครงการจะไม่ขึ้นโฆษณามาและจะแบ่งเงินที่เราจ่ายส่วนหนึ่งไปให้กับเว็บนั้น (เว็บไหนเราไม่ได้เข้าก็ไม่ได้เงินเรา)

ผมชอบไอเดียนะ แต่ถ้าถามว่าซื้อมั้ยผมยังไม่ชอบวิธีเค้าที่เอา text ขอบคุณไปแปะแทน คืออยากให้หายไปทั้ง block เหมือนใช้ adblock เลยดีกว่า

กู้ 2 factor authentication

ผมใช้ 2 factor authentication (2fa) มาได้สักสามสี่ปีแล้ว เนื่องจากวันนึงอีเมลผมโดนเด้งมาว่ามีการเข้าใช้จากประเทศแปลกๆ ผมก็รู้สึกไม่ปลอดภัย แต่ผมคิดรหัสผ่านใหม่เจ๋งๆ ไม่ออก กลัวจะลืมด้วย ก็เลยว่างั้นเปิด 2 factor เลยดีกว่า (ตอนนี้รหัสผมก็ใช้ password manager จัดการอีกที ก็ปลอดภัยขึ้นจากการเดารหัสแต่ถ้าไฟล์รหัสผมหลุดไปนี่ก็อีกเรื่องหนึ่ง ก็เก็บไฟล์ให้ดีๆ และตั้ง master password ที่ปลอดภัย)

ทีนี้วันนี้อยาก wipe rom ครับ ก็เลยกด wipe ไปโต้งๆ ด้วยความที่คิดว่า Authy มันมี backup ขึ้น cloud ให้อยู่ไม่ต้องกลัวอะไร ปรากฏว่า มัน backup ไม่ครบ และเป็นครั้งแรกที่ผมเจอว่ามันทำแบบนี้ (ครั้งก่อนผมได้คืนมาครบ) ก็เลยถึงคราวซวยที่ต้องมานั่งลิสต์แล้วครับว่าต้องทำอะไรบ้าง

จริงๆ ผมไม่ค่อยไว้ใจระบบ cloud สำหรับรหัสนะครับ ตัว Authy เองก็จะมีการเข้ารหัส backup ก่อนส่งขึ้นไปอีกทีนึง ก็เลยพอไว้วางใจได้อยู่บ้างแต่ถ้าเอาชัวร์ๆ คงต้องมาดูว่ามันเข้ารหัสแบบไหน ถูกหลักหรือเปล่า

  • Dropbox อันนี้ไม่มีปัญหา ใช้ SMS รับได้ แต่ตอนนั้นผมเข้าค้างไว้อยู่แล้ว รู้สึกน่ากลัวมากๆ ตรงที่มันเปลี่ยนการตั้งค่า 2 Factor ได้โดยไม่ต้องกรอกรหัสซ้ำ
  • GitHub ใช้ SMS รับรหัสได้แล้วก็เข้าไปเปลี่ยน (GitHub ใช้ sudo mode จะไม่ถามรหัสซ้ำในช่วงเวลาหนึ่ง ถึงจะตั้งให้ login ค้างไว้ก็อาจจะถามซ้ำได้)
  • Google ใช้ SMS รับได้ ปัญหาคือ Android first boot รับ SMS ไม่ได้ ก็จะมีตัวเลือกคือให้โทรมาแทน โทรมาเป็นเบอร์ 081 เป็นภาษาอังกฤษและคุณภาพเสียงห่วยมาก

Google ถ้าเปิดปิด 2FA จะเด้ง login ที่ค้างอยู่หมดนะครับ ยกเว้นเครื่องที่กดปิด แต่ถ้าเปลี่ยนประเภทจากแอพเป็น SMS แบบนี้ไม่เด้ง และผมได้ยินว่าถ้าใช้มือถือก็ไม่ได้ด้วยต้องส่งเอกสารยึนยันให้ Google

  • Facebook ใช้ SMS รับรหัสได้ แต่ผมรู้สึกแปลกๆ ตรงที่ถ้า sign in ได้แล้วบนมือถือ มือถือตัวนั้นจะกลายเป็น code generator ไปเลยทันที ซึ่งผมว่าไม่ปลอดภัยตรงที่ถ้าผมให้อุปกรณ์หนึ่งๆ เป็น 2FA ผมถือว่าผม trust อุปกรณ์นั้นสุดๆ แต่เครื่องชาวบ้านผม trust แค่ครึ่งนึง ถ้าเกิดมันดักรหัสผมก็ไม่ได้ OTP ไป นี่กลายเป็นว่ามันจะได้ OTP ไปด้วยก็ไม่ใช่
  • Amazon Web Service ใช้ SMS ไม่ได้เลย มีแต่ทิ้งเบอร์ไว้ซึ่งสิบนาทีต่อมา Amazon โทรหาผม (เป็นภาษาอังกฤษ) ถามอีเมล, security question และเมลมาฉบับหนึ่งมีรหัสให้ผมอ่านให้ฟัง แล้วก็ปลดออกให้
  • DigitalOcean ใช้ SMS เข้าได้ แต่ถ้าใช้ SMS เข้าแล้วจะปลด 2FA ถาวร ต้องเข้าไปตั้งค่าใหม่อย่างเดียว

(นี่ถ้าสักสองปีก่อนงานเข้าโคตรๆ เลยครับเพราะ TOT3G ไม่มีบริการไหนรองรับเลย ขอ OTP ผ่าน SMS ไม่ได้)

อื่นๆ ที่เคยเจอมาคือ Blizzard (battle.net) ถาม serial เกมในไอดี ซึ่งผมไม่มีเกมในไอดีนั้น ก็เลยบาย ปิดทิ้งสมัครใหม่ง่ายกว่า

สรุปแล้วใช้ 2 factor ไม่ค่อยจะมีปัญหาตรงทำแอพพังเท่าไรครับ เพราะใช้ SMS ได้หมด ก็จะมีแค่ Amazon เท่านั้นแหละที่เป็นปัญหา

ปล. service หลายๆ ตัวจะมี backup code นะครับที่ใช้แทน 2FA แต่ผมไม่ได้ print มาเพราะไม่รู้จะเก็บไว้ที่ไหนให้ปลอดภัย คือไม่อยากไว้โต๊ะคอมมันเหมือนเขียนรหัสผ่านแปะหน้าจอ